กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กระทรวงการคลัง · 22 มิ.ย. 2569

คลังเดินหน้า 'ไทยช่วยไทยพลัส' เติม 1,000 บาท/เดือน 4 เดือน ใช้จ่ายถึง 30 ก.ย. 69 — ร้านค้า SME รับอานิสงส์

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งต่อยอดจากโครงการ "คนละครึ่งพลัส" โดยรัฐร่วมจ่ายกับประชาชนในสัดส่วน 60 ต่อ 40 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ประชาชนที่ได้รับสิทธิจะได้วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ใช้จ่ายในช่วง 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 มีผู้ใช้สิทธิแล้วราว 25.51 ล้านคน เกิดมูลค่าการใช้จ่ายสะสมประมาณ 38,243 ล้านบาท และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.06 ล้านร้านทั่วประเทศ

สาระสำคัญของโครงการ

  • วงเงินต่อคน: 1,000 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน (รวมไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน)
  • สัดส่วนร่วมจ่าย: รัฐออก 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับสิทธิทั่วไป (กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐสนับสนุนเต็มจำนวน)
  • ช่องทาง: ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง โดยลงทะเบียนประชาชนช่วง 25–29 พฤษภาคม 2569
  • ระยะเวลาใช้จ่าย: 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 และต้องใช้วงเงินรายเดือนให้หมดภายในเดือนที่ได้รับสิทธิ
  • ใช้ซื้ออะไรได้: อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าขนส่งสาธารณะ ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ — ไม่ครอบคลุมบริการสปา ทำผม การถอนเป็นเงินสด หรือการโอนสิทธิให้ผู้อื่น

ร้านค้า SME ที่เข้าร่วมได้

ร้านค้าที่จะรับชำระเงินจากโครงการต้องลงทะเบียนเป็นร้านค้าที่เข้าร่วม โดยกลุ่มนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขคือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย และผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าทั่วไป ซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569

สิ่งที่ SME ต้องเตรียม

  • ตรวจสอบสถานะร้านค้า: หากยังไม่ได้เข้าร่วม ควรลงทะเบียนร้านค้าผ่านแอปถุงเงินเพื่อรับชำระเงินจากลูกค้าที่ใช้สิทธิ ก่อนสิ้นสุดโครงการ 30 กันยายน 2569
  • บันทึกบัญชีรายรับให้ครบถ้วน: ยอดขายที่รับผ่านโครงการถือเป็นรายได้ของกิจการที่ต้องบันทึกบัญชีและนำมารวมคำนวณภาษีตามปกติ ไม่ใช่เงินที่ได้รับยกเว้น
  • วางแผนสต๊อกและกระแสเงินสด: ช่วง มิ.ย.–ก.ย. เป็นจังหวะที่กำลังซื้อเพิ่มขึ้น ควรเตรียมสินค้าและประเมินสภาพคล่องให้รองรับยอดขายที่อาจสูงขึ้น

ผลต่อ SME

โครงการนี้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อในระดับฐานรากและทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ร้านค้ารายย่อยโดยตรง อย่างไรก็ดี เป็นมาตรการระยะสั้นที่มีกำหนดสิ้นสุด ผู้ประกอบการจึงควรใช้โอกาสนี้สร้างฐานลูกค้าและจัดการบัญชี-ภาษีให้เป็นระบบ มากกว่าพึ่งพายอดขายจากมาตรการเพียงอย่างเดียว

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ / กระทรวงการคลัง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี