กรมสรรพากร
·
16 มิ.ย. 2569
กรมสรรพากรต่ออายุมาตรการภาษี e-Tax อีก 2 ปี — หักรายจ่าย 2 เท่า ลงทุน e-Tax Invoice และลด WHT ผ่าน e-Withholding เหลือ 1%
กรมสรรพากรออกข่าวประชาสัมพันธ์ (ปชส. 14/2569 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569) ต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปอีก 2 ปี ครอบคลุมรอบระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนและใช้งานระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax มากขึ้น
สาระสำคัญ
- หักรายจ่ายได้ 2 เท่า: บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำค่าลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax มาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง สำหรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่าง 1 ม.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570
- ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1%: การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่เดิมต้องหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% 3% และ 2% หากจ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax จะลดเหลือ 1% ตลอดช่วงมาตรการ
- รายจ่ายค่าตรวจประเมินระบบ: ครอบคลุมถึงค่าตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ผู้ให้บริการ (Service Provider) จ่ายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ด้วย
ใครได้รับผลกระทบ
- SME ที่เป็นนิติบุคคล: ได้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มเมื่อลงทุนวางระบบออกใบกำกับภาษี/ใบรับอิเล็กทรอนิกส์
- กิจการที่จ่ายเงินให้คู่ค้าบ่อย: ลดภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายและงานเอกสาร เมื่อเปลี่ยนมาจ่ายผ่าน e-Withholding Tax กับธนาคารที่ร่วมโครงการ
เช็กลิสต์เตรียมใช้สิทธิ e-Tax
สิ่งที่ SME ต้องเตรียม0/4
- ประเมินค่าลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt หรือ e-Withholding Tax ที่จะเกิดในปี 2569–2570
- เลือกผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่ผ่านการรับรองจากกรมสรรพากร/สพธอ.
- เปิดใช้บริการ e-Withholding Tax กับธนาคารที่ร่วมโครงการ เพื่อใช้สิทธิหัก ณ ที่จ่าย 1%
- เก็บใบกำกับภาษี/หลักฐานค่าใช้จ่ายระบบ เพื่อใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าตอนยื่น ภ.ง.ด.50
ผลต่อ SME
มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งจากการหักรายจ่ายเพิ่มและการลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งช่วยรักษาสภาพคล่อง แต่ผู้ประกอบการควรวางแผนการลงทุนให้เกิดขึ้นภายใน 31 ธันวาคม 2570 และจัดเก็บเอกสารให้ครบเพื่อใช้สิทธิได้เต็มที่
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี