กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
เริ่มต้นธุรกิจ · 1 มิ.ย. 2569

เปิดธุรกิจใหม่ ควรจดทะเบียนแบบไหน บุคคลธรรมดา หจก. หรือบริษัท

เปิดธุรกิจใหม่ คำถามแรก ๆ ที่ต้องตอบคือ "จะจดทะเบียนแบบไหนดี" — เลือกผิดตั้งแต่ต้นอาจเสียภาษีเกินจำเป็น หรือแบกความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว บทความนี้สรุปความต่างของ 3 รูปแบบหลัก พร้อมเครื่องมือช่วยตัดสินใจและเทียบภาษีแบบเห็นภาพ

เลือกได้ 3 แบบหลัก ต่างกันตรงไหน

  • บุคคลธรรมดา — เริ่มง่าย ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องจดนิติบุคคล เสียภาษีอัตราก้าวหน้า 0-35% หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง แต่เจ้าของรับผิดในหนี้สินแบบไม่จำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก.) — เป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก เหมาะเมื่อมีหุ้นส่วนหลายคน ต้นทุนดูแลต่ำกว่าบริษัท เสียภาษีนิติบุคคล แต่หุ้นส่วนผู้จัดการยังรับผิดไม่จำกัด
  • บริษัทจำกัด — จำกัดความรับผิดที่เงินลงทุน น่าเชื่อถือสูง เหมาะกับการขยาย/ระดมทุน เสียภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได SME แต่มีต้นทุนและงานเอกสารมากที่สุด

แต่ละแบบมีจุดเด่น-จุดอ่อนต่างกัน ลองตอบคำถามด้านล่าง ระบบจะช่วยชี้รูปแบบที่น่าจะเหมาะกับคุณที่สุด (กดย้อนกลับเพื่อแก้คำตอบได้)

เครื่องช่วยตัดสินใจ

รายได้ (ยอดขาย) ต่อปีของธุรกิจ คาดว่าประมาณเท่าไหร่?

อยากแยกหนี้สิน/ความรับผิดของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัว และต้องการความน่าเชื่อถือแบบนิติบุคคลไหม?

ทำธุรกิจคนเดียว หรือมีหุ้นส่วนร่วมลงทุน?

รายได้ระดับนี้ต้องจด VAT อยู่แล้ว — อยากจำกัดความรับผิดและต้องการความน่าเชื่อถือแบบนิติบุคคล (ออกใบกำกับภาษี ประมูลงาน กู้ในนามบริษัท) ไหม?

ทำธุรกิจคนเดียว หรือมีหุ้นส่วน?

น่าจะเหมาะกับ บุคคลธรรมดา

ธุรกิจเล็ก ทำคนเดียว รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี และยังไม่จำเป็นต้องแยกความรับผิด — เริ่มแบบบุคคลธรรมดาง่ายและประหยัดที่สุด ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ต้องจัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชี เสียภาษีอัตราก้าวหน้า และหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงได้

  • ข้อควรรู้: เจ้าของรับผิดในหนี้สินของธุรกิจแบบไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัวไม่ถูกแยกออก)
  • ถ้ารายได้ใกล้แตะ 1.8 ล้าน เตรียมเรื่องจด VAT ไว้ล่วงหน้า
ยังเป็น บุคคลธรรมดา ได้ แต่ต้องจด VAT

ทำคนเดียวและยังไม่อยากเป็นนิติบุคคล ก็ยังดำเนินการแบบบุคคลธรรมดาได้ แต่เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

  • ถ้ากำไรเริ่มสูง ลองให้เราช่วยเทียบว่าการเปลี่ยนเป็นบริษัทช่วยประหยัดภาษีและเพิ่มความน่าเชื่อถือ คุ้มกับต้นทุนทำบัญชีหรือไม่
น่าจะเหมาะกับ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก.)

มีหุ้นส่วนร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คน และอยากเป็นนิติบุคคลโดยมีต้นทุนจัดตั้งและดูแลต่ำกว่าบริษัทจำกัด — หจก. เป็นทางสายกลาง เป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก เสียภาษีนิติบุคคล (ได้สิทธิอัตรา SME เช่นเดียวกับบริษัทหากเข้าเกณฑ์)

  • ข้อควรชั่งใจ: หุ้นส่วนผู้จัดการ (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) ยังรับผิดในหนี้สินแบบไม่จำกัด ต่างจากผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด
  • ต้องจัดทำงบการเงินและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เช่นกัน แต่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมแต่ละอย่างไม่เกิน 30 ล้านบาท) ได้รับยกเว้น ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบเหมือนบริษัท (ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับรองแทนได้)
น่าจะเหมาะกับ บริษัทจำกัด

เมื่ออยากจำกัดความรับผิดให้อยู่แค่เงินลงทุน ต้องการความน่าเชื่อถือ (ออกใบกำกับภาษี ประมูลงาน กู้ในนามนิติบุคคล รับนักลงทุน) หรือรายได้/กำไรสูงจนภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได SME คุ้มกว่า — บริษัทจำกัดตอบโจทย์ที่สุด

  • แลกมาด้วยต้นทุน: ค่าจดทะเบียน ค่าทำบัญชีรายเดือน ค่าสอบบัญชีประจำปี และงานเอกสาร/ภาษีที่มากขึ้น
  • ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ควบคู่ไปด้วย

เทียบภาษี บุคคลธรรมดา กับ บริษัท

หลายคนเลือกรูปแบบโดยดู "ภาษี" เป็นหลัก ตัวเลื่อนด้านล่างเทียบ เฉพาะอัตราภาษีเงินได้ บนฐานที่สมมติให้เท่ากัน เพื่อให้เห็นโครงสร้างอัตราของทั้งสองแบบ ลองลากดูได้

เลื่อนดูตัวเลข

บนฐาน "เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ" ที่เท่ากัน อัตราภาษีของสองแบบต่างกันแค่ไหน?

฿300,000฿6,000,000
บุคคลธรรมดา
(อัตราก้าวหน้า)
-เสียน้อยกว่า
บริษัท SME
(ภาษีนิติบุคคล)
-เสียน้อยกว่า

อ่านตัวเลขนี้อย่างระวัง — นี่เทียบเฉพาะอัตราภาษีบนฐานเดียวกันเท่านั้น ของจริงไม่เท่ากัน เพราะ:

  • บุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา/ตามจริง และมีค่าลดหย่อนส่วนตัวอีกหลายรายการ ทำให้ฐานภาษีจริงต่ำลงมาก
  • บริษัทมีต้นทุนคงที่เพิ่ม เช่น ค่าทำบัญชีรายเดือนและค่าสอบบัญชีประจำปี และเมื่อจ่ายกำไรออกเป็นเงินปันผลยังถูกหักภาษีอีกชั้น
  • ยังมีเรื่องประกันสังคม เงินเดือนกรรมการ และสิทธิประโยชน์อื่นที่ต้องคิดรวม

สรุปคือตัวเลื่อนนี้ใช้ "เห็นภาพอัตรา" ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย การเทียบจริงต้องดูตัวเลขทั้งระบบ

พร้อมจดเป็นบริษัทหรือยัง

ลองประเมินความพร้อมเบื้องต้น ติ๊กข้อที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

ประเมินตัวเอง

ติ๊กข้อที่ตรงกับธุรกิจคุณ แล้วดูว่าถึงเวลาจดเป็นบริษัทหรือยัง

  • รายได้เกินหรือใกล้ 1.8 ล้านบาท/ปี (ต้องเข้าระบบ VAT อยู่แล้ว)
  • อยากจำกัดความรับผิด แยกหนี้สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ
  • ลูกค้า/คู่ค้าขอใบกำกับภาษี หรือชอบทำธุรกิจกับนิติบุคคล
  • วางแผนกู้เงิน ขยายกิจการ หรือรับหุ้นส่วน/นักลงทุน
  • กำไรต่อปีสูงพอที่ภาษีนิติบุคคลจะคุ้มกว่าภาษีบุคคลธรรมดา
  • พร้อมรับต้นทุนทำบัญชี+สอบบัญชี และงานเอกสารรายเดือน
ยังไม่ต้องรีบ — ขนาดและลักษณะธุรกิจตอนนี้ การเป็นบุคคลธรรมดายังคล่องตัวและประหยัดกว่า ค่อยทบทวนใหม่เมื่อรายได้หรือความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เริ่มมีเหตุผลให้พิจารณา — มีหลายปัจจัยที่การเป็นบริษัทจะช่วยได้ แต่ก็มีต้นทุนเพิ่ม ลองให้ผู้สอบบัญชีช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนตัดสินใจ
น่าจะถึงเวลาจดบริษัท — ปัจจัยหลายอย่างชี้ตรงกัน ทั้งภาษี ความน่าเชื่อถือ และการจำกัดความรับผิด วางแผนเปลี่ยนรูปแบบให้เรียบร้อยจะคุ้มในระยะยาว

มีคำถามเพิ่มเติม หรืออยากให้ช่วยคำนวณจากตัวเลขจริงของธุรกิจ? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี เราช่วยดูให้ตั้งแต่เลือกรูปแบบ ไปจนถึงจดทะเบียนและวางระบบบัญชี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการเลือกรูปแบบธุรกิจขึ้นกับหลายปัจจัยเฉพาะราย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี