เบี้ยปรับ vs เงินเพิ่ม ยื่นภาษีล่าช้าโดนเท่าไหร่ ลดได้ไหม
เจ้าของธุรกิจ SME ที่ยื่นแบบภาษีหรือชำระภาษีไม่ทันกำหนด มักเจอคำว่า "เบี้ยปรับ" และ "เงินเพิ่ม" ในใบประเมิน หลายคนเข้าใจว่าเป็นค่าปรับก้อนเดียวกัน แต่จริง ๆ เป็นคนละตัวและคิดคนละวิธี การเข้าใจความต่างจะช่วยให้ประเมินภาระได้ถูก และรู้ว่าอะไรขอลดได้บ้าง บทความนี้สรุปหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากรให้เข้าใจง่าย
เบี้ยปรับ กับ เงินเพิ่ม ต่างกันยังไง
สั้น ๆ คือ เบี้ยปรับเป็นบทลงโทษเรื่อง "การยื่นแบบไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่น" ส่วนเงินเพิ่มเป็นค่าชดเชยจาก "การชำระภาษีล่าช้า" กดสลับดูทั้งสองตัว
เกิดเมื่อ: ไม่ยื่นแบบ ยื่นเกินกำหนด หรือยื่นแบบแสดงรายการคลาดเคลื่อน (เช่น แสดงภาษีขายขาด ภาษีซื้อเกิน)
คิดเป็น: "เท่า" ของจำนวนภาษี เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นเมื่อพ้นกำหนด คิดเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย (มาตรา 89(2))
จุดเด่น: ขอลดหรืองดได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยเฉพาะกรณีมายื่นเองก่อนถูกตรวจสอบ
เกิดเมื่อ: ชำระหรือนำส่งภาษีล่าช้ากว่ากำหนดเวลา
คิดเป็น: 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยไม่รวมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินจำนวนภาษี (มาตรา 27)
จุดเด่น: โดยหลักแล้วงดหรือลดไม่ได้ ต่างจากเบี้ยปรับ (ลดเหลือ 0.75% ต่อเดือนเฉพาะกรณีอธิบดีอนุมัติขยายเวลาให้)
ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้า โดนอะไรบ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือลืมยื่น ภ.พ.30 ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เมื่อยื่นล่าช้าจะมีภาระ 3 ส่วนรวมกัน
- ค่าปรับอาญา (กรณียื่นแบบล่าช้า) โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร และขอลดได้ตามระเบียบ
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ เริ่มนับตั้งแต่พ้นกำหนดจนถึงวันชำระ (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน)
- เบี้ยปรับ ตามมาตรา 89 ซึ่งลดลงได้มากหากมายื่นเองก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือมีหนังสือเตือน
อัตราการลดเบี้ยปรับสำหรับผู้ที่มายื่นแบบและชำระภาษีเองโดยยังไม่ถูกตรวจสอบ เป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.81/2542 ดังนี้
- ชำระภายใน 15 วันนับแต่พ้นกำหนด: เสีย 2% ของเบี้ยปรับ
- เกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน: เสีย 5% ของเบี้ยปรับ
- เกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน: เสีย 10% ของเบี้ยปรับ
- เกิน 60 วัน: เสีย 20% ของเบี้ยปรับ
จะเห็นว่ายิ่งรีบมายื่นเอง ภาระเบี้ยปรับยิ่งต่ำ ทำตามขั้นตอนนี้เมื่อรู้ตัวว่ายื่นไม่ทัน
- คำนวณภาษีที่ต้องชำระให้ครบถ้วน — ตั้งหลักจากยอดภาษีที่ต้องเสียจริงในเดือนนั้น เพราะทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับคิดจากฐานนี้
- นับจำนวนเดือนที่ล่าช้า — เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็ม ยิ่งช้ายิ่งเพิ่ม (แต่ไม่เกินยอดภาษี)
- รีบยื่นแบบเองก่อนถูกตรวจสอบ — การมายื่นเองทำให้ได้อัตราลดเบี้ยปรับตามตารางข้างต้น ต่างจากการรอให้เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก
- ชำระค่าปรับอาญาและขอลดถ้าทำได้ — ยื่นแบบล่าช้ามีค่าปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งโดยทั่วไปขอลดได้ตามระเบียบของสรรพากร
- วางระบบเตือนกำหนดยื่นภายในของบริษัท — ตั้งปฏิทินภาษีและผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำในเดือนถัดไป
เช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษีล่าช้า
- สรุปยอดภาษีที่ต้องชำระจริงของเดือน/รอบบัญชีนั้นให้ถูกต้อง
- นับจำนวนเดือนที่ล่าช้าเพื่อประมาณเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
- ตรวจว่ายังไม่ได้รับหนังสือเตือนหรือหมายเรียกตรวจสอบ (มีผลต่ออัตราลดเบี้ยปรับ)
- เตรียมเงินค่าปรับอาญากรณียื่นแบบล่าช้า (ไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ)
- รีบยื่นและชำระให้เร็วที่สุด เพราะทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับแปรผันตามเวลาที่ช้า
ลองทดสอบความเข้าใจสักข้อ
เงินเพิ่มจากการชำระภาษีล่าช้าตามมาตรา 27 คิดในอัตราเท่าไหร่?
โดนประเมินเบี้ยปรับ–เงินเพิ่ม หรืออยากวางระบบยื่นภาษีให้ตรงกำหนดทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดภาระเพิ่ม ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยตรวจสอบยอด คำนวณภาระที่แท้จริง และยื่นขอลดเบี้ยปรับตามสิทธิที่ทำได้
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงมาตรา 27, มาตรา 35, มาตรา 89 และคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.81/2542 อัตราและหลักเกณฑ์การลดเบี้ยปรับอาจแตกต่างกันตามประเภทภาษีและกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี