ภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) ทายาทได้รับทรัพย์เกินเท่าไหร่ถึงต้องเสีย
เจ้าของธุรกิจ SME ที่สะสมทรัพย์สินไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน หุ้นในกิจการ หรือเงินฝาก ควรเข้าใจภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) ที่ประเทศไทยจัดเก็บตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เพราะหากวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินไม่ดี ทายาทอาจต้องเสียภาษีและเบี้ยปรับโดยไม่จำเป็น บทความนี้สรุปว่าใครต้องเสีย เสียเท่าไหร่ และต้องยื่นแบบเมื่อไหร่
ภาษีการรับมรดกคืออะไร ใครต้องเสีย
ภาษีการรับมรดกจัดเก็บจากผู้รับมรดก (ไม่ใช่กองมรดก) โดยจะเสียภาษีเฉพาะเมื่อได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท และเสียเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น ทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมีหลักๆ ดังนี้
- อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง
- หลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน
- เงินฝาก หรือเงินอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
- ยานพาหนะที่จดทะเบียน เช่น รถยนต์ที่มีหลักฐานทางทะเบียน
ข้อสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด: คู่สมรสของเจ้ามรดกที่ได้รับมรดกไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดก เพราะกฎหมายยกเว้นไว้ ส่วนกรณีโอนทรัพย์ให้กันขณะยังมีชีวิตจะเข้าข่ายภาษีการรับให้ (Gift Tax) ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
อัตราภาษี: ทายาทสายตรง 5% vs บุคคลอื่น 10%
อัตราภาษีการรับมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับเจ้ามรดก กดสลับดูทั้งสองกรณี
ความสัมพันธ์: บุพการี (พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย) หรือผู้สืบสันดาน (ลูกหลาน)
อัตราภาษี: 5% ของมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท
หมายเหตุ: คู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี
ความสัมพันธ์: ทายาทหรือผู้รับมรดกที่ไม่ใช่บุพการี/ผู้สืบสันดาน เช่น พี่น้อง ญาติ หรือบุคคลทั่วไป
อัตราภาษี: 10% ของมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท
หมายเหตุ: ใช้ฐานคำนวณเดียวกัน คือเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท
ลองคำนวณภาษีการรับมรดก
ใส่มูลค่ารวมของมรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกหนึ่งราย (กรณีผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน อัตรา 5% สำหรับส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท)
ใส่มูลค่ามรดกรวมที่ได้รับ (ยกเว้น 100 ล้านบาทแรก เสีย 5% เฉพาะส่วนเกิน)
ตัวอย่าง: ลูกได้รับมรดกจากพ่อรวมมูลค่า 120 ล้านบาท ส่วนเกิน 20 ล้านบาท คิดภาษี 20,000,000 × 5% = 1,000,000 บาท หากเป็นผู้รับที่ไม่ใช่สายตรงจะคิด 10% เป็น 2,000,000 บาท
ยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 150 วัน
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ม.60 และชำระภาษีให้เสร็จสิ้นภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ได้รับมรดกที่เป็นเหตุให้มีหน้าที่เสียภาษี (มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท) หากชำระไม่ไหวในคราวเดียว สามารถขอผ่อนชำระได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช็กลิสต์ก่อนยื่น
- รวมมูลค่ามรดกจากเจ้ามรดกรายเดียวกันทั้งหมด ดูว่าเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่
- ระบุความสัมพันธ์กับเจ้ามรดก เพื่อรู้ว่าใช้อัตรา 5% หรือ 10%
- ตรวจว่าผู้รับเป็นคู่สมรสของเจ้ามรดกหรือไม่ (ได้รับยกเว้น)
- ประเมินมูลค่าทรัพย์สินแต่ละประเภทตามหลักเกณฑ์ ณ วันที่ได้รับมรดก
- ยื่นแบบ ภ.ม.60 และชำระภาษีภายใน 150 วัน เพื่อเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
กำลังวางแผนส่งต่อกิจการหรือทรัพย์สินก้อนใหญ่ให้รุ่นต่อไป และอยากจัดโครงสร้างให้ภาระภาษีมรดกและภาษีการรับให้ต่ำที่สุด ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินให้ถูกต้องตามกฎหมาย
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 (อัปเดต พ.ศ. 2569) เกณฑ์มูลค่า อัตราภาษี และรายละเอียดทรัพย์สินอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี