บริจาคเงินในนามบริษัท หักรายจ่ายภาษีได้เท่าไหร่ บริจาคแบบไหนได้ 2 เท่า
เจ้าของธุรกิจหลายรายบริจาคเงินหรือสิ่งของในนามบริษัทเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เข้าใจผิดว่าบริจาคเท่าไหร่ก็นำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทั้งจำนวน ความจริงประมวลรัษฎากรกำหนดเพดานไว้ชัดเจน และการบริจาคบางประเภทยังได้สิทธิพิเศษหักได้ 2 เท่า หากทำให้ถูกเงื่อนไข บทความนี้สรุปว่านิติบุคคลบริจาคแล้วหักรายจ่ายได้แค่ไหน ส่วนไหนได้ 2 เท่า และต้องเก็บหลักฐานอย่างไรจึงจะใช้สิทธิได้จริง
บริจาคในนามบริษัท หักรายจ่ายได้แค่ไหน
ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร เงินบริจาคของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ได้หักได้เต็มจำนวน แต่ถูกจำกัดเพดานเป็นสัดส่วนของกำไรสุทธิ และต้องเป็นการบริจาคให้แก่องค์กรที่ทางราชการประกาศกำหนดเท่านั้น ส่วนที่เกินเพดานถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามที่ต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิ
- บริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่รวมแล้วไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
- บริจาคเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา หักได้อีกส่วนหนึ่งต่างหาก แต่รวมแล้วไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิเช่นกัน
- ต้องบริจาคให้องค์กรที่ประกาศกำหนด เช่น สถานพยาบาล สถานศึกษา องค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศ ไม่ใช่บริจาคที่ไหนก็ได้
- บริจาคเป็นทรัพย์สิน ให้ใช้ราคาตามมูลค่าที่เหลืออยู่ทางบัญชี (มูลค่าต้นทุน) เป็นฐาน ไม่ใช่ราคาตลาด และยังต้องอยู่ในเพดานเดียวกัน
ลองประมาณเพดานหักรายจ่ายเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะของกิจการจากกำไรสุทธิ
ใส่กำไรสุทธิของกิจการ (บาท) เพื่อดูเพดานหักเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ (ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ)
บริจาคแบบไหนได้ "2 เท่า"
นอกจากเพดานปกติตามมาตรา 65 ตรี (3) แล้ว รัฐยังออกมาตรการพิเศษให้หักรายจ่ายเงินบริจาคบางประเภทได้ 2 เท่า เพื่อจูงใจการสนับสนุนด้านการศึกษา การกีฬา และสาธารณสุข โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาที่มีกำหนดช่วงเวลาเป็นคราว ๆ ไป จึงต้องตรวจสอบก่อนใช้ว่ามาตรการยังมีผลในปีภาษีนั้นหรือไม่
- ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรจึงจะได้สิทธิ 2 เท่า การบริจาคนอกระบบมักได้เพียงสิทธิปกติหรือไม่ได้สิทธิพิเศษ
- มีเพดานรวมของกลุ่มนี้ โดยทั่วไปเมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการศึกษา/กีฬาประเภทเดียวกันแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ (ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ)
- เป็นสิทธิที่มีกำหนดเวลา พระราชกฤษฎีกาสนับสนุนการบริจาคเพื่อการศึกษาแบบ 2 เท่า เคยกำหนดช่วงเวลาไว้เฉพาะกาล เมื่อครบกำหนดต้องรอประกาศต่ออายุ จึงควรเช็กสถานะล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อน
- สิทธิของนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดาต่างกัน อย่านำเพดานลดหย่อนของภาษีบุคคลธรรมดามาใช้กับบริษัท เพราะฐานและเงื่อนไขคนละชุดกัน
เก็บหลักฐานให้ครบก่อนใช้สิทธิ
สิทธิหักรายจ่ายเงินบริจาคจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานครบและบริจาคให้องค์กรที่เข้าเงื่อนไข หากเอกสารไม่ครบหรือผู้รับไม่ใช่องค์กรที่ประกาศกำหนด สรรพากรอาจไม่ยอมให้ถือเป็นรายจ่าย
- ตรวจว่าผู้รับบริจาคเป็นองค์กร สถานศึกษา หรือสถานสาธารณกุศลที่ทางราชการประกาศกำหนด
- เก็บใบเสร็จ/ใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อบริษัทเป็นผู้บริจาคให้ครบถ้วน
- หากต้องการสิทธิ 2 เท่า ให้บริจาคผ่านระบบ e-Donation และตรวจว่ามาตรการยังมีผลในปีภาษีนั้น
- แยกยอดบริจาคแต่ละประเภทเพื่อคุมเพดาน 2% (และเพดานรวม 10% กรณีสิทธิพิเศษ)
- คำนวณกำไรสุทธิให้ถูก แล้วบวกกลับส่วนที่บริจาคเกินเพดานเป็นรายจ่ายต้องห้าม
อยากบริจาคเพื่อสังคมพร้อมใช้สิทธิทางภาษีให้ถูกต้องและเต็มเพดานที่กฎหมายให้ ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยตรวจเงื่อนไของค์กรผู้รับ วางแผนยอดบริจาคให้อยู่ในเพดาน และบันทึกบัญชีกับปรับปรุงกำไรสุทธิให้ถูกต้อง
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการหักรายจ่ายเงินบริจาคของนิติบุคคล (อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3): รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ/สาธารณประโยชน์ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬาไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ; สิทธิหักได้ 2 เท่าสำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษาผ่าน e-Donation เพดานรวมไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ เป็นมาตรการตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกเป็นคราว ๆ เช่น ฉบับที่ 768 พ.ศ. 2566 ซึ่งมีกำหนดช่วงเวลา; อัปเดต พ.ศ. 2569) หลักเกณฑ์ อัตรา และระยะเวลาของมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี