กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษี · 13 ก.ค. 2569

การเฉลี่ยภาษีซื้อ กิจการมีทั้งรายได้ที่เสีย VAT และไม่เสีย VAT หักภาษีซื้อยังไง

ธุรกิจบางแห่งมีทั้งรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายได้ที่ไม่ต้องเสีย VAT อยู่ในกิจการเดียวกัน เช่น ขายสินค้าทั่วไปควบคู่กับให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือขายสินค้าพร้อมมีรายได้ดอกเบี้ย พอถึงเวลาซื้อของหรือใช้บริการที่ใช้ร่วมกันทั้งสองส่วน เช่น ค่าเช่าออฟฟิศ ค่าไฟ ค่าที่ปรึกษา จะนำภาษีซื้อทั้งจำนวนมาหักออกจากภาษีขายไม่ได้ ต้อง "เฉลี่ยภาษีซื้อ" ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรก่อน บทความนี้สรุปว่าใครต้องเฉลี่ย เฉลี่ยยังไง และจุดที่ SME มักพลาด

ทำไมต้องเฉลี่ยภาษีซื้อ และเมื่อไหร่ต้องทำ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/6 ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสีย VAT และประเภทที่ไม่ต้องเสีย VAT จะนำภาษีซื้อไปหักออกจากภาษีขายได้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับกิจการประเภทที่ต้องเสีย VAT เท่านั้น หลักการแบ่งจึงเป็นดังนี้

  • แยกได้ชัดเจน ให้ถือตามจริง — ถ้ารู้ชัดว่าภาษีซื้อนั้นเกิดจากกิจการประเภทที่ต้องเสีย VAT ก็นำมาหักได้เต็มจำนวน ถ้าเกิดจากกิจการที่ไม่ต้องเสีย VAT ก็นำมาหักไม่ได้ (ให้ถือเป็นต้นทุน)
  • แยกไม่ได้ ต้องเฉลี่ย — ภาษีซื้อของรายจ่ายที่ใช้ร่วมกันทั้งสองกิจการและแยกไม่ออกว่าเป็นของฝั่งไหน ต้องเฉลี่ยตามส่วนของรายได้แต่ละประเภท แล้วหักได้เฉพาะส่วนที่ตกเป็นของกิจการ VAT
  • อ้างอิงประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 29 — หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)

เฉลี่ยยังไง ปีแรกใช้ฐานอะไร

การเฉลี่ยใช้สัดส่วนรายได้เป็นตัวตั้ง โดยแยกปีแรกกับปีถัดไป

  • ปีแรกที่เริ่มมีรายได้ ยังไม่มีรายได้จริงทั้งปีให้อ้างอิง จึงให้ประมาณการรายได้ของทั้งสองกิจการเพื่อคำนวณสัดส่วนเฉลี่ยไปก่อน
  • ปีถัดไป ใช้สัดส่วนรายได้จริงของปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์เฉลี่ยของทั้งปีปัจจุบัน
  • เกณฑ์ร้อยละ 90 ถ้ารายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสีย VAT มีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของรายได้ทั้งหมด มีสิทธินำภาษีซื้อที่เฉลี่ยไม่ได้มาหักได้ทั้งจำนวน กลับกันถ้ารายได้ประเภทที่ไม่ต้องเสีย VAT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จะนำภาษีซื้อส่วนนั้นมาหักไม่ได้เลย (ให้ถือเป็นต้นทุน)

สิ่งที่มักลืมคือ การปรับปรุงเมื่อสิ้นปีแรก เพราะปีแรกเฉลี่ยจากตัวเลขประมาณการ พอสิ้นปีมีรายได้จริงแล้วต้องคำนวณสัดส่วนใหม่ตามจริง แล้วปรับปรุงภาษีซื้อที่หักเกินหรือหักขาดในเดือนภาษีแรกถัดจากปีที่เริ่มมีรายได้ ถ้าหักไว้เกินต้องนำส่งคืน ถ้าหักไว้ขาดก็ขอคืนเพิ่มได้

ทำทีละขั้น
  1. แยกประเภทรายได้ให้ชัด — จัดกลุ่มรายได้ว่าส่วนไหนเสีย VAT และส่วนไหนไม่เสีย เพื่อรู้ว่ากิจการเข้าข่ายต้องเฉลี่ยภาษีซื้อหรือไม่
  2. คัดภาษีซื้อที่แยกได้ออกก่อน — รายจ่ายที่ระบุชัดว่าเป็นของฝั่ง VAT หักเต็ม ส่วนของฝั่งไม่เสีย VAT ไม่นำมาหัก
  3. รวมภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกัน — เช่น ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ที่แยกไม่ออก นำมาเข้ากระบวนการเฉลี่ย
  4. เฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้ — ปีแรกใช้ประมาณการ ปีถัดไปใช้รายได้จริงของปีก่อน คำนวณส่วนที่หักได้
  5. ปรับปรุงเมื่อสิ้นปีแรก — คำนวณใหม่ตามรายได้จริง แล้วปรับส่วนต่างในเดือนภาษีแรกของปีถัดไป

กรณีก่อสร้างอาคารใช้ร่วมกัน

ถ้าลงทุนก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ทั้งกิจการ VAT และไม่ VAT ภาษีซื้อจากค่าก่อสร้างต้องเฉลี่ยตามส่วนประมาณการการใช้พื้นที่ของอาคาร ไม่ใช่เฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้ และหากภายหลังการใช้พื้นที่จริงต่างจากที่ประมาณการไว้ ต้องปรับปรุงภาษีซื้อให้ตรงกับการใช้จริงภายใน 3 ปีนับแต่เดือนที่ก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์

เช็กลิสต์ก่อนหักภาษีซื้อกรณีมีทั้ง VAT และไม่ VAT
เช็กความพร้อม0/5
  • รู้ว่ากิจการมีรายได้ทั้งประเภทที่ต้องเสียและไม่ต้องเสีย VAT หรือไม่
  • แยกภาษีซื้อที่ระบุฝั่งได้ชัดเจนออกจากภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกัน
  • เฉลี่ยภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันตามสัดส่วนรายได้ (ปีแรกใช้ประมาณการ)
  • ตรวจสัดส่วนรายได้ VAT ว่าถึงเกณฑ์ร้อยละ 90 หรือไม่ เพื่อรู้สิทธิหักภาษีซื้อ
  • วางแผนปรับปรุงภาษีซื้อสิ้นปีแรกตามรายได้จริง และกรณีอาคารภายใน 3 ปี

ไม่แน่ใจว่ากิจการเข้าข่ายต้องเฉลี่ยภาษีซื้อไหม หรือคำนวณสัดส่วนและปรับปรุงยังไงให้ถูกต้อง ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางระบบแยกรายได้–ภาษีซื้อ คำนวณการเฉลี่ย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ให้ตรงหลักเกณฑ์กรมสรรพากร

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการเฉลี่ยภาษีซื้อของกิจการที่มีทั้งประเภทต้องเสียและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 82/6 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 29 ที่กำหนดให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ ปีแรกใช้ประมาณการรายได้ เกณฑ์สัดส่วนรายได้ร้อยละ 90 และการปรับปรุงกรณีก่อสร้างอาคารภายใน 3 ปี ตามข้อมูลกรมสรรพากร rd.go.th; อัปเดต พ.ศ. 2569) หลักเกณฑ์และการตีความอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี