D/E Ratio บอกอะไรเกี่ยวกับธุรกิจ
Debt-to-Equity Ratio (D/E) = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น — บอกว่ากิจการใช้หนี้แค่ไหนเทียบกับเงินทุนของเจ้าของ เป็นตัวชี้วัด ความเสี่ยงทางการเงิน ที่ธนาคารและนักลงทุนใช้เป็นอันดับต้น ๆ
ตีความ D/E อย่างถูกต้อง
- D/E < 1 — ใช้ทุนของผู้ถือหุ้นมากกว่าหนี้ → ปลอดภัย ดอกเบี้ยไม่กดดันกำไร
- D/E 1–2 — สมดุล ใช้หนี้พอประมาณ Leverage เพิ่มผลตอบแทนได้
- D/E > 2 — หนี้สูง ความเสี่ยงทางการเงินสูง สภาพคล่องตึง
- D/E > 3 — เสี่ยงมาก ดอกเบี้ยและความผันผวนกระทบหนัก
- เกณฑ์ตามอุตสาหกรรม — โรงงาน/อสังหาฯ ยอม D/E สูงกว่าเพราะมีสินทรัพย์ค้ำ; ค้าปลีก/บริการ D/E ต่ำกว่า; การเงิน/แบงค์ใช้ D/E สูงเป็นปกติ
- Net D/E = (หนี้สิน − เงินสด) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น — สะท้อนภาระจริงกว่า
ส่วนของผู้ถือหุ้น 5 ลบ. — ใส่ยอดหนี้สินรวม (บาท) เพื่อดู D/E Ratio
D/E กับการตัดสินใจกู้เพิ่ม
ก่อนตัดสินใจกู้เพิ่ม ต้องดู: (1) EBIT Coverage = กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษี ÷ ดอกเบี้ยจ่าย — ทั่วไปควรเกิน 3–4 เท่า (2) Operating Cash Flow ครอบคลุมการจ่ายดอกเบี้ย (3) ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROIC) ต้องสูงกว่าดอกเบี้ยกู้ ไม่งั้นกู้แล้วขาดทุนเพิ่ม ตัวอย่าง SME: บริษัท C ทุน 5 ลบ. หนี้ 8 ลบ. (D/E = 1.6) กำไรก่อนดอกเบี้ย 2 ลบ. ดอกเบี้ย 0.5 ลบ. → EBIT Coverage = 4 เท่า ปลอดภัย แต่ถ้ายอดขายตก 30% → EBIT อาจเหลือ 0.8 ลบ. Coverage 1.6 เท่า → ตึงตัว ต้องเตรียมแผน นอกจากนี้ สัญญาเงินกู้ ของธนาคารมักมี Covenant เช่น D/E ต้องไม่เกิน 2.5 หรือ 3 — เกินกว่านั้นเรียกเงินคืนได้
D/E Ratio เท่าใดถือว่าเริ่มเสี่ยงสูง ดอกเบี้ยกดดันกำไรและสภาพคล่องตึง?
หากกำลังพิจารณากู้เงินก้อนใหญ่ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชี + ที่ปรึกษาการเงินก่อน เพื่อทำ Sensitivity Analysis
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี