ROA vs ROE ต่างกันยังไง
ROA และ ROE บอกผลตอบแทนของธุรกิจ — แต่ ฐานต่างกัน ทำให้สื่อความหมายต่างกัน นักลงทุนและเจ้าของควรดูทั้งสองคู่กัน ไม่ใช่ดูตัวใดตัวหนึ่ง
สูตรและความหมาย
- ROA (Return on Assets) = กำไรสุทธิ ÷ สินทรัพย์รวม (เฉลี่ย) × 100% — บอกว่าใช้สินทรัพย์สร้างกำไรได้กี่บาทต่อ 100 บาทสินทรัพย์
- ROE (Return on Equity) = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เฉลี่ย) × 100% — บอกผลตอบแทนต่อทุนที่เจ้าของลงไป
- ความสัมพันธ์ (DuPont): ROE = ROA × (สินทรัพย์ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น) = ROA × Equity Multiplier
- ROE > ROA เสมอเมื่อมีหนี้ (Leverage) — ยิ่งหนี้สูง ROE ยิ่งสูงกว่า ROA
- เกณฑ์ทั่วไป — ROE 10–20% ถือว่าดี ROA 5–10% ทั่วไป (ขึ้นกับอุตสาหกรรม)
ROA (Return on Assets) = กำไรสุทธิ ÷ สินทรัพย์รวม (เฉลี่ย) × 100% — วัดว่าใช้สินทรัพย์ทั้งหมดสร้างกำไรได้ดีแค่ไหน ไม่สนว่าเงินมาจากหนี้หรือทุน เกณฑ์ทั่วไป 5–10%
ROE (Return on Equity) = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เฉลี่ย) × 100% — วัดผลตอบแทนต่อทุนที่เจ้าของลงไป เมื่อมีหนี้ ROE จะสูงกว่า ROA เสมอ (ROE = ROA × Equity Multiplier) เกณฑ์ทั่วไป 10–20%
กับดักการดู ROE สูงผิดปกติ
ROE 30%+ ดูดี แต่ระวัง — อาจเกิดจาก (1) หนี้เยอะเกินไป → ความเสี่ยงทางการเงินสูง (2) ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำเพราะขาดทุนสะสมหรือซื้อหุ้นคืน (3) ใช้นโยบายบัญชีหยุดบันทึกค่าใช้จ่ายบางอย่าง (เช่น ECL ต่ำเกินจริง) (4) Spike ปีเดียวจากการขายสินทรัพย์ ไม่ใช่กำไรปกติ → ต้องดูย้อนหลัง 3–5 ปี + เปรียบกับ Industry Peers ตัวอย่าง: บริษัทอสังหาฯ มี ROE 25% เพราะ D/E สูง 4 เท่า — กำไรขึ้นกับการขายโครงการ หากตลาดชะลอ ดอกเบี้ยกินกำไรหมดทันที
บริษัทมี ROA 8% — ใส่ Equity Multiplier (สินทรัพย์ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น) เพื่อประมาณ ROE (%)
หากต้องการดู KPI ที่สะท้อนผลประกอบการจริง CKH ทำ Management Dashboard ครบทุกอัตราส่วนได้
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี