กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
หนี้สิน · 4 มี.ค. 2569

กรรมการให้บริษัทกู้เงิน บันทึกบัญชียังไง

กรรมการให้บริษัทยืมเงิน ต้องบันทึกเป็นหนี้สิน ของบริษัท + มีสัญญากู้เป็นลายลักษณ์อักษร — ไม่ใช่แค่โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทแล้วจบ

หลักสำคัญ 4 ข้อ

  • ทำสัญญากู้ในนามบริษัท — ระบุยอดเงินกู้ ดอกเบี้ย ระยะเวลา วันชำระคืน มีลายเซ็นทั้งสองฝ่าย
  • คิดดอกเบี้ยอย่างน้อยตามอัตราตลาด — ไม่งั้นสรรพากรประเมินรายได้กรรมการตามมาตรา 65 ทวิ (4) จากดอกเบี้ยที่ควรได้รับ แม้กรรมการไม่ได้รับจริง
  • การบันทึก: เดบิตเงินสด/ธนาคาร เครดิตเงินกู้กรรมการ (Loan from Director) — แยกระหว่างหนี้สินหมุนเวียน/ไม่หมุนเวียนตามกำหนดคืน
  • ดอกเบี้ยจ่าย — บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย, กรรมการต้องรวมเป็นรายได้เสียภาษีบุคคล + บริษัทหัก ณ ที่จ่าย 15% (มาตรา 50)
ลองคำนวณ

ใส่ดอกเบี้ยจ่ายให้กรรมการต่อปี เพื่อดูภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.2)

฿
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%

กับดักทางภาษีที่พบบ่อย

หลายบริษัท SME ใช้บัญชีกรรมการเป็นบัญชีฝาก-ถอนเงินสดของบริษัท — กลายเป็น เงินกู้กรรมการ-ลูกหนี้กรรมการ เปลี่ยนทิศทางทุกเดือน เมื่อสรรพากรตรวจสอบ จะถูกประเมินดอกเบี้ยทั้งสองทาง (เงินกู้กรรมการ → กรรมการมีรายได้ดอกเบี้ย; ลูกหนี้กรรมการ → บริษัทมีรายได้ดอกเบี้ย) อัตราที่ใช้ทั่วไปคืออัตรา MOR/MLR ของธนาคารหลัก ณ วันให้กู้ — ขึ้นกับประกาศล่าสุด

ทำทีละขั้น
  1. ทำสัญญากู้ในนามบริษัท ระบุยอดเงินกู้ ดอกเบี้ย ระยะเวลา วันชำระคืน พร้อมลายเซ็นทั้งสองฝ่าย
  2. จัดประชุมกรรมการและบันทึกมติอนุมัติการกู้
  3. โอนเงินจากบัญชีส่วนตัวกรรมการเข้าบัญชีบริษัท เก็บหลักฐานการโอน
  4. บันทึกบัญชี: เดบิตเงินสด/ธนาคาร เครดิตเงินกู้กรรมการ (แยกหมุนเวียน/ไม่หมุนเวียนตามกำหนดคืน)
  5. คิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด (เช่น MOR) เมื่อจ่ายดอกเบี้ยให้หัก ณ ที่จ่าย 15% และนำส่ง ภ.ง.ด.2

หากกรรมการต้องการให้บริษัทยืมระยะยาว ควรปรึกษาผู้สอบบัญชี + ที่ปรึกษาภาษีก่อนทำสัญญา

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี