กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ต้นทุน · 12 มี.ค. 2569

Job Costing เหมาะกับธุรกิจไหน

Job Costing = ระบบที่บันทึกต้นทุน แยกตามงานหรือสัญญา — เหมาะกับธุรกิจที่งานแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน เห็นกำไรขาดทุนรายโปรเจกต์

หลักการทำงาน

  • แต่ละงาน/ลูกค้า/โปรเจกต์ มี Job Card หรือ Job Order แยก
  • รวมต้นทุน 3 ส่วน: วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงทางตรง + ค่าโสหุ้ยปันส่วน (OH)
  • วัตถุดิบ — เบิกจากคลังด้วย Material Requisition Form ระบุรหัสงาน
  • ค่าแรงทางตรง — บันทึก Time Sheet ของพนักงานที่ทำงานนั้น
  • ค่าโสหุ้ย — ปันส่วนตามอัตราที่กำหนด (Predetermined OH Rate) เช่น บนชั่วโมงแรงงาน หรือชั่วโมงเครื่องจักร
  • คำนวณกำไรขั้นต้นรายงาน → ตัดสินใจรับงานในอนาคตได้
เปรียบเทียบ

เก็บต้นทุน: แยกตามงาน/สัญญา (Job Card) แต่ละชิ้น

เหมาะกับ: งานสั่งทำที่ไม่เหมือนกัน — รับเหมาก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ ซ่อมรถ ที่ปรึกษา

ผลลัพธ์: เห็นกำไรขั้นต้นรายโปรเจกต์ ใช้ตั้งราคาและเลือกรับงาน

เก็บต้นทุน: เฉลี่ยต่อหน่วยตามขั้นตอนผลิต (Process)

เหมาะกับ: ผลิตจำนวนมาก สินค้าเหมือนกันทุกชิ้น — น้ำดื่ม ขนมปังโรงงาน

ผลลัพธ์: ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย ใช้คุมต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง

ตัวอย่าง — รับเหมาทำตู้ไม้สั่งทำ

  • วัตถุดิบทางตรง: ไม้ + อุปกรณ์ = 18,000 บาท (เบิกตาม MR)
  • ค่าแรงทางตรง: ช่าง 3 คน × 5 วัน × 1,200 บาท = 18,000 บาท
  • ค่าโสหุ้ยปันส่วน: 15 ชั่วโมงเครื่อง × 200 บาท = 3,000 บาท
  • ต้นทุนรวม: 39,000 บาท — ตั้งราคาขาย 55,000 บาท กำไรขั้นต้น 16,000 (29%)
  • เปรียบเทียบกับงบประมาณ (Quoted): ถ้าจริงเกินงบ → วิเคราะห์ Variance หาสาเหตุ

ปัญหาที่พบบ่อย

  • OH Rate ไม่ถูกต้อง — Predetermined Rate ตั้งต้นปี ถ้าใช้จริงสูงกว่า/ต่ำกว่า → Over/Under-applied OH ต้องปรับสิ้นปี
  • วัตถุดิบเบิกแล้วไม่ระบุงาน — ทำให้ต้นทุนงานไม่ครบ
  • Time Sheet ไม่ครบ — ช่างไม่บันทึก ทำให้ต้นทุนค่าแรงต่ำเกินจริง
  • WIP สะสมเยอะ — งานยังไม่จบสะสมต้นทุนใน Work-in-Progress ต้องเช็คทุกสิ้นเดือน
  • รับรู้รายได้ตาม TFRS 15 — สำหรับงานยาว ใช้ Percentage-of-Completion ไม่ใช่รอจบงาน
ทำทีละขั้น
  1. กำหนดรหัส Job Number ให้ทุกงาน + เปิด Job Card
  2. ออกแบบฟอร์ม Material Requisition + Time Sheet ที่บังคับระบุรหัสงาน
  3. คำนวณ Predetermined OH Rate ต้นปี = ค่าโสหุ้ยประมาณการ ÷ Activity Base
  4. บันทึกต้นทุน WIP รายโปรเจกต์ และปิดงานเมื่อเสร็จ
  5. เทียบต้นทุนจริง vs ใบเสนอราคา → วิเคราะห์ Variance และปรับ Over/Under OH สิ้นปี

Job Costing ที่ดีต้องวินัยในการบันทึก — ปรึกษาเราเพื่อออกแบบระบบและรายงานที่ใช้งานจริง

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี