ค่าเสื่อมราคา บัญชี vs ภาษี ต่างกันยังไง
ค่าเสื่อมราคา ทางบัญชี สะท้อนการใช้งานจริง — ส่วน ทางภาษี ใช้อัตราที่กฎหมายภาษีอนุญาตสูงสุด ผลที่ตามมาคือ "ผลต่างชั่วคราว" (Temporary Difference)
อัตราภาษีสูงสุด (ป.4)
- อาคารถาวร — 5% ต่อปี (อายุ 20 ปี)
- อาคารชั่วคราว/ที่ใช้ในธุรกิจเหมือง — 100% ในปีแรก หรือ 10–20%
- เครื่องจักร อุปกรณ์ทั่วไป — 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี)
- คอมพิวเตอร์ — 33.33% ต่อปี / 3 ปี / SME ที่จดวิสาหกิจขนาดเล็กอาจหัก 40% ปีแรก
- รถยนต์ — 20% ต่อปี (มูลค่าใช้คำนวณค่าเสื่อม <= 1 ล้านบาท สำหรับรถยนต์นั่ง)
เป้าหมาย: สะท้อนการใช้ประโยชน์จริงของสินทรัพย์ตาม TAS 16
อายุ/วิธี: กิจการเลือกเองตามที่สมเหตุสมผล (เช่นรถยนต์ 10 ปี เส้นตรง) — คิดค่าเสื่อมบนราคาทุนเต็ม แม้รถราคา > 1 ล้าน
ผล: ใช้คำนวณกำไรในงบการเงิน
เป้าหมาย: ใช้อัตราสูงสุดที่ ป.4 อนุญาตเพื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
อายุ/วิธี: เครื่องจักร 20%/5 ปี, รถยนต์นั่งคิดบนฐานไม่เกิน 1 ล้านบาท (ส่วนเกินคิดไม่ได้ = ผลต่างถาวร)
ผล: ผลต่างกับบัญชีทำให้เกิด Deferred Tax (DTA/DTL)
Deferred Tax — บันทึกยังไง
- Deferred Tax Liability (DTL) — เกิดเมื่อกำไรภาษีต่ำกว่ากำไรบัญชี (ค่าเสื่อมภาษีเร็วกว่าบัญชี) — ในอนาคตต้องเสียภาษีคืน
- Deferred Tax Asset (DTA) — เกิดเมื่อกำไรภาษีสูงกว่ากำไรบัญชี — ในอนาคตจะหักภาษีคืน
- อัตรา — ใช้ 20% (หรืออัตรา SME) คูณผลต่าง
- SME ที่ไม่จัดทำงบตามTFRS เต็ม (NPAEs) — สามารถยกเว้นการบันทึก deferred tax ได้
ใส่ผลต่างค่าเสื่อม (บัญชี−ภาษี) เพื่อดู Deferred Tax โดยประมาณ (อัตรา 20%)
SME ที่ใช้ NPAEs อาจไม่ต้องบันทึก deferred tax — แต่ต้องเข้าใจผลต่างเพื่อยื่นภาษีถูก ปรึกษาผู้สอบบัญชี
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี