บัญชีพื้นฐาน
·
24 มี.ค. 2569
แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีบริษัทยังไง
การปนเงินส่วนตัวกับเงินบริษัทเป็น ปัญหาใหญ่ที่สุด ของเจ้าของ SME — แก้ตั้งแต่วันแรกง่ายกว่าตามแก้ทีหลังมาก
ทำไมต้องแยกให้ชัด
- ภาษี — รายจ่ายส่วนตัวที่ปนเข้ามาเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" สรรพากรไม่ยอมให้หักภาษี
- การตรวจสอบ — ผู้สอบบัญชีต้อง qualify หรือ disclaimer ทำให้ขอกู้ธนาคารยาก
- กฎหมาย — บริษัทมีนิติบุคคลแยกจากเจ้าของ ถ้าปนเสี่ยงเสียสถานะจำกัดความรับผิด
- กำไรจริง — ไม่รู้ว่าธุรกิจกำไรจริงหรือไม่ ตัดสินใจผิด
ทดสอบความเข้าใจ
เผลอใช้บัตรเครดิตส่วนตัวจ่ายค่าวัสดุบริษัท 8,500 บาท — วิธีที่ถูกต้องคือ?
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- จ่ายค่ากิน-ช้อป-เที่ยวจากบัตรเครดิตบริษัท — ผู้สอบฯ จะปรับ และสรรพากรไม่ให้หักภาษี + ถือเป็นเงินเดือนกรรมการ (เสียภาษีบุคคล)
- ถอนเงินสดบริษัทใช้ส่วนตัว — ถ้าไม่บันทึกเป็นเงินกู้กรรมการ จะกลายเป็นเงินปันผล เสียภาษี 10%
- โอนเงินไปมาไม่บันทึก — ทำให้ บัญชี "เงินให้กู้ยืมกรรมการ" สะสมจนไม่รู้ที่มา
- ใช้รถบริษัทส่วนตัว — ต้องบันทึก fringe benefit เสียภาษีหรือเก็บค่าเช่าจากตัวเอง
เช็คลิสต์
แยกเงินส่วนตัว vs บริษัท ให้ชัด
- เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัทแยกจากบัญชีส่วนตัวตั้งแต่วันแรก
- ค่าใช้จ่ายบริษัทจ่ายจากบัญชีบริษัท ไม่ใช้บัตรเครดิตส่วนตัว
- จ่ายส่วนตัวก่อนเมื่อจำเป็น ต้องทำใบเบิกคืนทุกครั้ง
- เงินเดือนกรรมการโอนแยกเป็นรายการ + หัก ภงด.1 ทุกเดือน
- เงินกู้กรรมการ-บริษัททำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร คิดดอกเบี้ย ≥ MLR
- ใบกำกับ/ใบเสร็จออกในนามบริษัท + เลขผู้เสียภาษี 13 หลักเสมอ
ถ้าเงินส่วนตัว-บริษัทปนกันสะสมมานาน — รีบปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อล้างก่อนปิดงบ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี