ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องต้องมีอะไรบ้าง
ใบกำกับภาษีที่ สมบูรณ์เท่านั้นจึงจะใช้เป็นภาษีซื้อขอคืนได้ — ขาดเพียง 1 รายการก็ใช้ไม่ได้ และสรรพากรประเมินคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ
ประเภทใบกำกับและการใช้
- ใบกำกับภาษีเต็มรูป (มาตรา 86/4) — ใช้เป็นภาษีซื้อขอคืนได้เต็ม
- ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6) — ใช้ขอคืนภาษีซื้อ ไม่ได้ เช่น 7-Eleven, ห้าง, ปั๊มน้ำมัน หากต้องการเครดิตต้องขอใบเต็มรูป
- ใบกำกับต้องออกในวันที่ ขายสินค้า/ส่งมอบ หรือวัน รับเงินค่าบริการ (แล้วแต่กรณี)
- หากออกผิด ต้องออก "ใบกำกับยกเลิก" + ออกใหม่ — ห้ามขีดฆ่าแก้ไข
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ปรากฏชัดเจน (ไม่ใช่ "ใบส่งของ")
- ชื่อ–ที่อยู่–เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของ ผู้ออก + สาขาที่ออก
- ชื่อ–ที่อยู่–เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของ ผู้ซื้อ + สาขาผู้ซื้อ
- เลขที่ใบกำกับ + เล่มที่ (ถ้ามี) + วันที่ออก
- รายการสินค้า/บริการ + จำนวน + ราคาต่อหน่วย
- มูลค่าก่อน VAT + จำนวน VAT แยกบรรทัด + มูลค่ารวม
- คำว่า "เอกสารออกเป็นชุด" หากออกพร้อมใบเสร็จในใบเดียว
- ลายเซ็นผู้รับเงิน (กรณีกระดาษ) หรือลายเซ็นดิจิทัล (e-Tax Invoice)
กรณี e-Tax Invoice และข้อพึงระวัง
ตั้งแต่ปี 2566 สรรพากรส่งเสริม e-Tax Invoice & e-Receipt ออกผ่านระบบที่รับรองโดยสรรพากรเท่านั้น — ใบกำกับ PDF ที่ปรินต์เองยังใช้ได้แต่ต้องเก็บไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ ข้อพึงระวัง: ตรวจชื่อ-เลขผู้เสียภาษีผู้ซื้อให้ตรงทุกตัวอักษร โดยเฉพาะเครื่องหมาย "บริษัท จำกัด" หากผิดแม้แต่ตัวเดียว ใบกำกับใช้ขอคืนไม่ได้ และผู้ขายต้องออกใหม่
รับใบกำกับมา ขาดเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ — ทำอย่างไรถูกต้อง?
ก่อนจ่ายเงิน ตรวจใบกำกับให้ครบทุกรายการ — ใช้เวลา 2 นาที ดีกว่าโดนเรียกคืน VAT ปลายปี
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี