จด VAT ดีไหม? ข้อดี–ข้อเสียที่ SME ควรชั่งใจ
การจดทะเบียน VAT มีทั้งกรณี "บังคับ" และ "สมัครใจ" — ตัดสินใจถูก ประหยัดได้หลักแสน ตัดสินใจผิด เสียโอกาส/ลูกค้ารายย่อย
เกณฑ์บังคับและประโยชน์
ผู้มีรายได้ เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน หลังเดือนที่รายได้สะสมเกินเกณฑ์ ฝ่าฝืน: เบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียย้อนหลัง
- ข้อดี: ขอคืน/เครดิตภาษีซื้อจากต้นทุนและการลงทุนได้, ออกใบกำกับภาษีให้คู่ค้าได้, ดูน่าเชื่อถือ
- ข้อเสีย: ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน, ราคาขายต้องบวก 7% (กระทบลูกค้ารายย่อย), จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย
ข้อดี: ขอคืน/เครดิตภาษีซื้อจากต้นทุนและการลงทุนได้, ออกใบกำกับภาษีให้คู่ค้า B2B ได้, ดูน่าเชื่อถือ ผู้ส่งออกได้คืน VAT เป็นเงินสด
ภาระ: ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน, ราคาขายต้องบวก 7%, จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย และอยู่ในระบบอย่างน้อย 2 ปีก่อนขอเลิก
ข้อดี: ราคาขายไม่ต้องบวก 7% แข่งขันกับลูกค้ารายย่อย (B2C) ได้ง่ายกว่า, ไม่ต้องยื่นแบบรายเดือน, งานเอกสารน้อย
ข้อจำกัด: ขอคืน/เครดิตภาษีซื้อไม่ได้, คู่ค้า B2B ที่ต้องการใบกำกับภาษีอาจไม่ซื้อ และเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ต้องจดภายใน 30 วัน
ข้อพลาดที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่ทำบ่อย
ลืมนับรายได้ทุกประเภท (รวมรายได้จากการให้บริการ ค่าเช่า ดอกเบี้ย) ทำให้ดูเหมือนไม่ถึงเกณฑ์แต่จริง ๆ เกิน ต้องเสียเบี้ยปรับย้อนหลัง อีกข้อพลาดคือ คิดว่า "จดแล้วยกเลิกได้ง่าย" — ความจริงต้องอยู่ในระบบ VAT อย่างน้อย 2 ปีก่อนขอเลิกได้
ผู้ประกอบการมีหน้าที่จดทะเบียน VAT เมื่อใด?
หากใกล้เกณฑ์ 1.8 ล้านหรือกำลังจะลงทุนใหญ่ ควรปรึกษา CPA ก่อน เพื่อเลือกจังหวะจดที่คุ้มที่สุด
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี