ธุรกิจเกษตร บันทึกบัญชีตาม TAS 41 ยังไง
TAS 41 (เกษตรกรรม) ใช้กับ สินทรัพย์ชีวภาพ (Biological Asset) เช่น สวนยาง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ บ่อปลา ไก่ไข่ — วัดด้วย มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนขาย (Fair Value less Cost to Sell) ไม่ใช่ราคาทุนเดิม
สาระสำคัญของ TAS 41
- ปรับมูลค่า ทุกงวดบัญชี — กำไร/ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมเข้างบกำไรขาดทุนทันที
- ผลิตผลทางการเกษตร (Agricultural Produce) เช่น น้ำยาง ผลไม้ ไข่ไก่ วัด Fair Value ตอนเก็บเกี่ยว แล้วโอนเป็น สินค้าคงเหลือ (TAS 2)
- ต้นไม้ที่ "ผลิตผลซ้ำ ๆ" (Bearer Plant) เช่น ต้นยาง ต้นมะม่วง — ใช้ TAS 16 (อาคารและอุปกรณ์) แทน บันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและตัดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน
- สัตว์ใช้งาน เช่น โคนม วัวเทียม — ใช้ TAS 16
วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนขาย (Fair Value less Cost to Sell) ทุกงวด
- สัตว์เลี้ยงเพื่อขาย เช่น ปลา กุ้ง ลูกหมู
- ปรับมูลค่าทุกสิ้นปี — กำไร/ขาดทุนเข้า P&L ทันที (แม้ยังไม่ขาย)
- ผลิตผล (น้ำยาง/ผลไม้/ไข่) วัด Fair Value ตอนเก็บเกี่ยว แล้วโอนเป็นสินค้าคงเหลือ (TAS 2)
บันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวร ตัดค่าเสื่อมราคา ตามอายุการใช้งาน
- Bearer Plant ที่ให้ผลซ้ำ ๆ เช่น ต้นยาง (25–30 ปี) ต้นมะม่วง
- สัตว์ใช้งาน เช่น โคนม แพะนม
- ไม่ปรับเป็น Fair Value ทุกปี — ใช้ราคาทุนหักค่าเสื่อมสะสม
ตัวอย่าง — ฟาร์มเลี้ยงสุกร
ซื้อลูกหมู 100 ตัว ๆ ละ 1,500 บาท = 150,000 บาท ปลายปียังเลี้ยงอยู่ ราคาตลาดตัวละ 4,500 บาท × 100 = 450,000 บาท → บันทึก กำไรจากมูลค่ายุติธรรม 300,000 บาท เข้างบ P&L (แม้ยังไม่ได้ขาย)
ฟาร์มเลี้ยงหมูซื้อลูกหมู 100 ตัว ตัวละ 1,500 บาท ปลายปีราคาตลาดตัวละ 4,500 บาท ต้องบันทึกอย่างไร?
การบัญชีเกษตรซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป ปรึกษา CPA ที่มีประสบการณ์ธุรกิจเกษตรโดยเฉพาะ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี