กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ต้นทุน · 8 พ.ค. 2569

ต้นทุนคงที่ vs ผันแปร ต่างกันยังไง ใช้ทำอะไร

การแยกต้นทุนเป็น 2 ประเภทเป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์กำไร-ขาดทุน จุดคุ้มทุน (Break-even) และการตัดสินใจรับงาน-ไม่รับงาน

ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)

ไม่เปลี่ยนตามปริมาณขาย/ผลิต — ขายมาก-น้อยก็จ่ายเท่าเดิม เช่น ค่าเช่าโรงงาน เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่าประกัน เงินเดือนผู้บริหาร

ต้นทุนผันแปร (Variable Cost)

เปลี่ยนตามปริมาณขาย/ผลิต — ยิ่งขายมากยิ่งจ่ายมาก เช่น วัตถุดิบ ค่าจ้างผลิตรายชิ้น ค่าขนส่ง ค่าคอมมิชชั่น ค่าบรรจุภัณฑ์

เปรียบเทียบ

ไม่เปลี่ยนตามปริมาณขาย/ผลิต — ขายมากหรือน้อยก็จ่ายเท่าเดิม

  • ค่าเช่าโรงงาน/ออฟฟิศ
  • เงินเดือนพนักงานประจำ + ผู้บริหาร
  • ค่าเสื่อมเครื่องจักร
  • ค่าประกันภัย

ผลิต 0 ชิ้นก็ยังต้องจ่าย — เป็นภาระที่ต้องครอบคลุมด้วย Contribution Margin

เปลี่ยนตามปริมาณขาย/ผลิต — ยิ่งขายมากยิ่งจ่ายมาก ผลิต 0 ก็ไม่เสีย

  • วัตถุดิบทางตรง
  • ค่าจ้างผลิตรายชิ้น
  • ค่าขนส่ง/ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย

ใช้คำนวณ Contribution Margin = ราคาขาย − ต้นทุนผันแปร

นำไปใช้: คำนวณ Contribution Margin

Contribution Margin = ราคาขาย − ต้นทุนผันแปร = เงินที่เหลือไป "จ่ายต้นทุนคงที่ + กำไร"

ตัวอย่าง: ขายชา 80 บาท/แก้ว ต้นทุนผันแปร (ใบชา นม น้ำตาล แก้ว) 25 บาท → CM = 55 บาท/แก้ว ถ้าค่าคงที่ 110,000 บาท/เดือน ต้องขาย 2,000 แก้ว/เดือนเพื่อคุ้มทุน

ลองคำนวณ

ใส่ต้นทุนคงที่ต่อเดือน แล้วดูว่าต้องขายกี่แก้วเพื่อคุ้มทุน (ตัวอย่างชา: CM = 55 บาท/แก้ว)

฿
จำนวนที่ต้องขาย/เดือน (คุ้มทุน)

การจัดประเภทต้นทุนต้องดูพฤติกรรมจริง ปรึกษานักบัญชีเพื่อแยกต้นทุนกึ่งผันแปรอย่างถูกต้อง

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี