คำนวณต้นทุนสินค้ายังไงให้ตั้งราคาได้กำไรจริง
ผู้ประกอบการหลายคนตั้งราคาจาก "ต้นทุนวัตถุดิบ × 2" — ลืม ต้นทุนทางอ้อม (ค่าเช่า ค่าน้ำ-ไฟโรงงาน ค่าเสื่อม ค่าแรงควบคุม) ทำให้กำไรน้อยกว่าที่คิด หรือขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
โครงสร้างต้นทุนสินค้า 3 ส่วนหลัก
- วัตถุดิบทางตรง (Direct Material) — ที่ใช้ในตัวสินค้าโดยตรง เช่น แป้ง น้ำตาล ในการทำขนม
- ค่าแรงทางตรง (Direct Labor) — ค่าจ้างคนที่ผลิตสินค้านั้นโดยตรง
- ค่าโสหุ้ยการผลิต (Manufacturing Overhead) — ค่าเช่าโรงงาน ค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่าน้ำ-ไฟ ค่า QC ค่าหัวหน้างาน
ตัวอย่างคำนวณ — ขนมกล่องละ
วัตถุดิบ 25 บาท + ค่าแรงทางตรง 10 บาท + ค่าโสหุ้ยปันส่วน 8 บาท = ต้นทุนรวม 43 บาท หากตั้งราคา 50 บาทดูเหมือนกำไร แต่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Marketing, ค่าจัดส่ง, ค่าออฟฟิศ) อีกประมาณ 10 บาท → กำไรจริง = ขาดทุน 3 บาท/กล่อง
ใส่ต้นทุนรวมต่อชิ้น แล้วดูราคาขายที่ให้กำไรเป้าหมาย 25% (สูตร ต้นทุน ÷ 0.75)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ตั้งราคาด้วย "ต้นทุนวัตถุดิบ × 2" มีความเสี่ยงอะไรมากที่สุด?
การคำนวณต้นทุนผิดส่งผลถึงงบการเงินทั้งระบบ ปรึกษานักบัญชีเพื่อวางระบบต้นทุนที่เหมาะกับธุรกิจ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี