เช่าออฟฟิศ–โกดัง บันทึกแบบใหม่ตาม TFRS 16
ก่อนปี 2563 — "ค่าเช่า" ลงเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนตรง ๆ ต่อเดือน แต่ TFRS 16 บังคับให้บันทึก "สิทธิการใช้ทรัพย์สิน (Right-of-Use Asset)" เป็นสินทรัพย์ + หนี้สินสัญญาเช่า (Lease Liability) ในงบดุล — ทำให้งบดุลของผู้เช่าใหญ่ขึ้น
ผลกระทบที่ผู้บริหารต้องรู้
- สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น (ROU Asset)
- หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น (Lease Liability)
- ค่าใช้จ่ายเปลี่ยน: จาก "ค่าเช่า" → "ค่าเสื่อมราคา ROU" + "ดอกเบี้ยจ่าย"
- EBITDA สูงขึ้น (ดูดี) เพราะค่าเช่าหายไป กลายเป็นค่าเสื่อม+ดอกเบี้ย
- Debt-to-Equity Ratio สูงขึ้น (ดูเลวร้ายขึ้นในมุมแบงก์)
ข้อยกเว้น — ใช้วิธีเดิมได้
สัญญา สั้นกว่า 12 เดือน (Short-term Lease) หรือ ทรัพย์สินมูลค่าต่ำ (Low-value asset เช่น คอมพิวเตอร์ < 5,000 USD) — ลงค่าเช่ารายเดือนตรง ๆ ไม่ต้องบันทึก ROU
ลง "ค่าเช่า" เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนตรง ๆ ต่อเดือน ไม่ขึ้นงบดุล งบดูเล็ก หนี้สินไม่เพิ่ม
บันทึก สิทธิการใช้ทรัพย์สิน (ROU Asset) + หนี้สินสัญญาเช่า (Lease Liability) ในงบดุล ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนเป็น "ค่าเสื่อม ROU + ดอกเบี้ยจ่าย" ทำให้ EBITDA สูงขึ้น แต่ D/E สูงขึ้น
วิธีคำนวณ ROU และ Lease Liability
1) คำนวณ มูลค่าปัจจุบัน (PV) ของค่าเช่าตลอดสัญญา โดยใช้ อัตราดอกเบี้ยโดยนัย หรือ อัตราเงินกู้ยืมส่วนเพิ่ม 2) บันทึกเริ่มต้น: เดบิต ROU / เครดิต Lease Liability 3) ทุกเดือน: ค่าเสื่อม ROU (เส้นตรง) + ดอกเบี้ยจ่าย (ลดลงตามยอดหนี้ที่ลด)
สัญญาเช่าแบบใดได้รับ "ข้อยกเว้น" ไม่ต้องบันทึก ROU ตาม TFRS 16?
หากเช่าหลายสัญญาหรือเช่ายาว ควรให้ CPA จัดทำตาราง Amortization ของ Lease Liability เพื่อทำบัญชีถูก
หมายเหตุ: TFRS 16 บังคับใช้กับกิจการ PAEs — กิจการ NPAEs (SME ส่วนใหญ่) ใช้ TFRS for NPAEs ซึ่งยังบันทึกค่าเช่าดำเนินงานเป็นค่าใช้จ่ายตามงวด ไม่ต้องตั้งสินทรัพย์สิทธิการใช้
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี