โอนเงินส่วนตัวเข้าบริษัท นับเป็นรายได้ไหม
การโอนเงินส่วนตัวเข้าบริษัท ไม่ใช่รายได้ของบริษัทโดยอัตโนมัติ — แต่ต้องบันทึกถูกประเภทและมีเอกสารรองรับ ไม่อย่างนั้นสรรพากรอาจตีความเป็นรายได้และเรียกภาษี
3 ประเภทหลักที่ใช้บันทึก
- เงินกู้กรรมการ (Director's Loan) — บริษัทยืมจากกรรมการ ไม่ใช่รายได้ ต้องทำสัญญากู้และคิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด
- เพิ่มทุนชำระแล้ว — จดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD ถือเป็นเงินทุน ไม่มีภาระดอกเบี้ย แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจดทะเบียน
- เงินจ่ายค่าใช้จ่ายแทน (Director Paid on Behalf) — กรรมการจ่ายให้ก่อน เบิกคืนภายหลัง บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย + เจ้าหนี้กรรมการ
- เลือกไม่ถูก อาจมีปัญหา: เป็นรายได้บริษัทเสียภาษีเกินจำเป็น หรือ ดอกเบี้ยตามอัตราตลาดที่สรรพากรประเมิน
เงินกู้กรรมการ (หนี้สิน) — เหมาะถ้าจะคืนเงินภายในระยะเวลา ทำสัญญากู้ + ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด (~5–7%) ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต้องหัก WHT 15% ส่ง ภงด.2 ยืดหยุ่นแต่มีภาระตามทุกปี
เพิ่มทุนชำระแล้ว (ทุน) — จดทะเบียนกับ DBD เป็นเงินทุนถาวร ไม่มีภาระดอกเบี้ย ไม่ต้องตามเก็บทุกปี เสียค่าจดทะเบียนราว 0.5% เหมาะถ้าตั้งใจให้เงินก้อนนี้เป็นทุนถาวร
ดอกเบี้ยและภาษีที่เกี่ยวกับเงินกู้กรรมการ
หากเลือกบันทึกเป็น เงินกู้กรรมการ ต้อง คิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด (~5–7% ต่อปี ขึ้นกับช่วง) — ถ้าไม่คิด สรรพากรจะประเมินดอกเบี้ยให้และถือเป็นรายได้บริษัท เสียภาษีนิติบุคคล นอกจากนี้ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต้อง หัก WHT 15% (บุคคลธรรมดา ม.40(4)) ส่ง ภงด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป กรรมการต้องนำดอกเบี้ยรับมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย ถ้าจะหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ย — ทางที่ง่ายกว่าคือ เพิ่มทุนให้จบ ไม่ต้องตามเก็บดอกเบี้ยทุกปี
ใส่ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต่อปี เพื่อดูภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT 15% ตาม ม.40(4))
เงินก้อนใหญ่ในระดับล้านขึ้นไป ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนตัดสินใจรูปแบบ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี