กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ลูกหนี้ · 25 พ.ค. 2569

ลูกหนี้ค้างนาน ตั้งสำรองหนี้สูญยังไงให้ถูกต้อง

ปล่อยให้ลูกหนี้คงค้างไว้ในงบโดยไม่ตั้งสำรอง = แสดงสินทรัพย์เกินจริง พอลูกค้าไม่จ่าย กระแทกกำไรปีนั้นทีเดียว — TFRS 9 บังคับให้ประเมินผลขาดทุนคาดการณ์ (Expected Credit Loss, ECL) ทุกงวด ไม่ใช่รอลูกค้าผิดนัดก่อน

วิธีคำนวณที่นิยม — Aging Method (ตามอายุลูกหนี้)

แยกลูกหนี้ตามระยะค้างชำระ แล้วใช้อัตราสำรองตาม ประวัติเก็บจริง + ปัจจัยอนาคต (เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม)

ตัวอย่าง: ลูกหนี้รวม 5,000,000 บาท แยกอายุ → ค้าง 0-30 วัน 3M (สำรอง 1% = 30,000), 1-3 เดือน 1M (5% = 50,000), 3-12 เดือน 800K (30% = 240,000), > 12 เดือน 200K (80% = 160,000) → สำรองรวม 480,000 บาท

ลองคำนวณ

ใส่ยอดลูกหนี้ที่ค้างเกิน 12 เดือน เพื่อประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (อัตราตัวอย่าง 80%)

฿
ค่าเผื่อโดยประมาณ

เงื่อนไขตัดหนี้สูญทางภาษี (สรรพากร)

ทางภาษี การ "ตั้งสำรอง" หักเป็นรายจ่ายไม่ได้ — ต้อง ตัดหนี้สูญจริง ตามเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ (9) คือ ลูกหนี้รายเล็ก < 500,000 บาท: ทวงเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วไม่ได้ + พ้น 6 เดือนนับจากแจ้งทวง รายใหญ่: ต้องดำเนินคดีทางศาลและศาลมีคำพิพากษา

ทดสอบความเข้าใจ

การ "ตั้งสำรอง" ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่?

ลูกหนี้ค้างนานเกิน 6 เดือนหรือลูกค้ารายใหญ่มีปัญหา ควรปรึกษา CPA/ทนาย เพื่อตัดหนี้สูญได้ทั้งทางบัญชีและภาษี

หมายเหตุ: การตั้งสำรองแบบ ECL ตาม TFRS 9 ใช้กับกิจการ PAEs — กิจการ NPAEs (SME ส่วนใหญ่) ใช้ TFRS for NPAEs ซึ่งประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญด้วยวิธีที่ง่ายกว่า (ตามอายุหนี้/ประสบการณ์)

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี