กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ธุรกิจเฉพาะ · 8 ก.พ. 2569

บริษัทที่ปรึกษา / Freelance ครบวงจร

ธุรกิจที่ปรึกษาและ Freelance มีต้นทุนหลักคือ เวลาของคน — ระบบบัญชีจึงต้องเน้นการบันทึกเวลา (Time Tracking), การคิด Utilization และการตั้ง Hourly Rate ให้ครอบคลุมทุกต้นทุนแฝง

หลักการตั้ง Hourly Rate

Freelance หลายคนตั้งอัตราเฉพาะค่าเวลาทำงาน แต่ลืมต้นทุนที่ ไม่สามารถ Bill ลูกค้าได้ เช่น เวลาขายงาน ออกใบกำกับ ทำบัญชี วันลา และวันที่ไม่มีงาน สมมติคุณตั้งเป้ารายได้สุทธิ 50,000 บาท/เดือน คุณต้อง Bill ลูกค้าได้ราว 80–100 ชม./เดือน (Utilization ~60%) ดังนั้น Rate ที่ Bill ต้องอยู่ราว 700–900 บาท/ชม. ขั้นต่ำ — ก่อนคำนวณภาษี VAT และเงินสำรอง

ลองคำนวณ

ใส่เป้ารายได้สุทธิที่ต้องการต่อเดือน สมมติ Bill ลูกค้าได้ ~90 ชม./เดือน — ดู Hourly Rate ขั้นต่ำที่ต้องตั้ง (ก่อนภาษี/เงินสำรอง)

฿
Hourly Rate ขั้นต่ำ (÷ 90 ชม.)

เลือกรูปแบบ: บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล

Freelance ที่รายได้ต่ำกว่า ~1.5 ล้าน/ปี อยู่ในรูป บุคคลธรรมดา ม.40(2) หรือ 40(8) มักประหยัดกว่า เพราะหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 50% (ไม่เกิน 100,000) สำหรับ 40(2) หรือเลือกหักตามจริงสำหรับ 40(6)/40(8) แต่เมื่อรายได้เกิน 2 ล้านขึ้นไป การจดนิติบุคคลเริ่มคุ้ม เพราะอัตราภาษี SME สูงสุดเพียง 20% เทียบกับบุคคลธรรมดาสูงสุด 35% และยังสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองเป็นค่าใช้จ่ายได้ ทั้งสองรูปแบบมีข้อดี-ข้อเสีย — ควรคำนวณก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบ

บุคคลธรรมดา ม.40(2)/40(8) — หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% (ไม่เกิน 100,000) สำหรับ 40(2) หรือหักตามจริงสำหรับ 40(6)/40(8) ภาษีขั้นบันไดสูงสุด 35% แต่ที่รายได้ต่ำมักเสียน้อยกว่า — ทำบัญชีง่าย ต้นทุนต่ำ

นิติบุคคล (บริษัท) — เพดานภาษี SME สูงสุดเพียง 20% เทียบบุคคล 35% + จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองเป็นค่าใช้จ่ายได้ — แต่มีต้นทุนทำบัญชี/ปิดงบ/ตรวจสอบเพิ่ม

ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบหรือจด VAT ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อประเมินภาระภาษีทั้งระบบ

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี