โรงแรม–ที่พัก รายได้และภาษี
โรงแรมและที่พักมีโครงสร้างรายได้ หลากหลายช่องทาง — ทั้งห้องพัก อาหาร เครื่องดื่ม สปา ทัวร์ และรายได้เสริมจาก OTA — การแยกบัญชีให้ละเอียดคือก้าวแรกของการรู้ว่ากำไรจริงมาจากไหน
KPI หลักและภาษีที่เกี่ยวข้อง
- Occupancy Rate = ห้องที่ขายได้ ÷ ห้องทั้งหมด × 100 — ตัวชี้วัดการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
- ADR (Average Daily Rate) = รายได้ห้องพัก ÷ จำนวนคืนที่ขายได้
- RevPAR = รายได้ห้องพัก ÷ ห้องทั้งหมด = Occupancy × ADR — ตัวเลขสำคัญสุดที่นักลงทุนใช้
- VAT 7% บนค่าห้อง อาหาร และบริการเสริม (เกินเกณฑ์ 1.8 ล้าน/ปี)
- ภาษีโรงเรือนและที่ดิน — เสียให้ท้องถิ่นตามอัตราที่ประกาศ
- ค่าธรรมเนียม OTA (Agoda/Booking) 15–25% — ต้องหัก WHT ตามประเภทบริการระหว่างประเทศ
ใส่รายได้ค่าห้องพักรวมทั้งเดือน สมมติโรงแรมมี 50 ห้อง × 30 คืน = 1,500 ห้อง-คืน — ดู RevPAR (รายได้ห้อง ÷ ห้องทั้งหมด)
ข้อควรระวังที่พบบ่อย
โรงแรม SME มักลืม แยกรายได้แต่ละช่องในระบบบัญชี ทำให้คำนวณ KPI ไม่ได้ และที่สำคัญ — รายได้บริการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ต้องบันทึกแยกจากค่าห้อง เพราะมีอัตรากำไรขั้นต้นต่างกันชัด (ห้องพัก ~70–80%, F&B ~25–35%). อีกจุดที่พลาดบ่อยคือเงินมัดจำห้องพัก — ต้องบันทึกเป็น หนี้สิน (Deferred Revenue) จนกว่าจะให้บริการจริง ไม่ใช่รายได้ในวันที่รับเงิน
- แยกบัญชีรายได้เป็นช่อง: ห้องพัก / F&B / สปา / ทัวร์ / รายได้อื่น
- บันทึกเงินมัดจำห้องพักเป็น Deferred Revenue (หนี้สิน) จนกว่าจะให้บริการจริง
- บันทึกค่าธรรมเนียม OTA (Agoda/Booking 15–25%) + หัก WHT ตามประเภทบริการ
- คิดค่าเสื่อมอาคาร/เครื่องเรือนตามอายุใช้งานจริง + เก็บใบกำกับซื้อ Linen เครดิตภาษี
- ปิดงบรายเดือน — ตรวจ Occupancy, ADR, RevPAR + ยื่น ภงด.51 กลางปีอย่างระมัดระวัง
ถ้าโรงแรมเริ่มขยายเป็น 2–3 สาขา ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเรื่องโครงสร้างกลุ่มและการจัดสรรต้นทุนสำนักงานกลาง
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี