คลินิก–ความงาม ภาษีและบัญชีที่ต้องรู้
คลินิก/สถานเสริมความงามมีรายได้ หลายประเภท — บริการรักษาทางการแพทย์ (ยกเว้น VAT) บริการเสริมความงาม และขายสินค้า (เสีย VAT 7%) — แยกบัญชีให้ดี ไม่งั้นปวดหัวเวลายื่นภาษี
ประเภทรายได้และเงื่อนไข VAT
- บริการการแพทย์โดยแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ (รักษาโรค ตรวจสุขภาพ) — ยกเว้น VAT ตามประมวลรัษฎากร ม.81(1)
- บริการเสริมความงามทั่วไป (โบทอกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ขนคิ้ว) — เสีย VAT 7% เมื่อรายได้รวมเกิน 1.8 ล้าน/ปี
- ขายผลิตภัณฑ์ (ครีม อาหารเสริม วิตามิน) — เสีย VAT 7% เสมอ ถ้าจด VAT แล้ว
- คลินิกหลายแห่งมีรายได้ ทั้ง 3 ประเภท — บัญชีต้องแยกชัด ออกใบกำกับเฉพาะรายการที่เสีย VAT
รายการใดของคลินิก ยกเว้น VAT?
Pitfall ที่พบบ่อย + แนวทางบัญชี
คลินิกความงามหลายแห่ง ไม่จด VAT เพราะแยกใบเสร็จคลินิกการแพทย์ — แต่ถ้ารายได้ บริการเสริมความงาม + ขายสินค้า เกิน 1.8 ล้าน/ปี ต้องจด VAT (รายได้บริการการแพทย์ไม่นับรวม) Pitfall: สรรพากรตรวจสอบโดยดูสัดส่วนรายได้แต่ละประเภท — ถ้าแยกไม่ชัด/ออกใบเสร็จไม่ถูก จะถูกประเมินทั้งหมดเป็นรายได้ที่ต้องเสีย VAT ข้อแนะนำ: ใช้ระบบ POS แยก 2 ประเภท + ฝึกพนักงานออกใบเสร็จให้ถูก
ใส่ยอดรายได้บริการเสริมความงาม + ขายสินค้าต่อเดือน เพื่อดู VAT 7% ที่ต้องนำส่ง (รายได้การแพทย์ไม่นับ)
คลินิกเป็นธุรกิจที่กฎหมายภาษีและแพทย์เกี่ยวข้องกัน — ปรึกษาผู้สอบบัญชีที่เข้าใจคลินิกเฉพาะ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี