เปิดธุรกิจใหม่ ควรจดทะเบียนแบบไหน บุคคลธรรมดา หจก. หรือบริษัท
เปิดธุรกิจใหม่ คำถามแรก ๆ ที่ต้องตอบคือ "จะจดทะเบียนแบบไหนดี" — เลือกผิดตั้งแต่ต้นอาจเสียภาษีเกินจำเป็น หรือแบกความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว บทความนี้สรุปความต่างของ 3 รูปแบบหลัก พร้อมเครื่องมือช่วยตัดสินใจและเทียบภาษีแบบเห็นภาพ
เลือกได้ 3 แบบหลัก ต่างกันตรงไหน
- บุคคลธรรมดา — เริ่มง่าย ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องจดนิติบุคคล เสียภาษีอัตราก้าวหน้า 0-35% หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง แต่เจ้าของรับผิดในหนี้สินแบบไม่จำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก.) — เป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก เหมาะเมื่อมีหุ้นส่วนหลายคน ต้นทุนดูแลต่ำกว่าบริษัท เสียภาษีนิติบุคคล แต่หุ้นส่วนผู้จัดการยังรับผิดไม่จำกัด
- บริษัทจำกัด — จำกัดความรับผิดที่เงินลงทุน น่าเชื่อถือสูง เหมาะกับการขยาย/ระดมทุน เสียภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได SME แต่มีต้นทุนและงานเอกสารมากที่สุด
แต่ละแบบมีจุดเด่น-จุดอ่อนต่างกัน ลองตอบคำถามด้านล่าง ระบบจะช่วยชี้รูปแบบที่น่าจะเหมาะกับคุณที่สุด (กดย้อนกลับเพื่อแก้คำตอบได้)
รายได้ (ยอดขาย) ต่อปีของธุรกิจ คาดว่าประมาณเท่าไหร่?
อยากแยกหนี้สิน/ความรับผิดของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัว และต้องการความน่าเชื่อถือแบบนิติบุคคลไหม?
ทำธุรกิจคนเดียว หรือมีหุ้นส่วนร่วมลงทุน?
รายได้ระดับนี้ต้องจด VAT อยู่แล้ว — อยากจำกัดความรับผิดและต้องการความน่าเชื่อถือแบบนิติบุคคล (ออกใบกำกับภาษี ประมูลงาน กู้ในนามบริษัท) ไหม?
ทำธุรกิจคนเดียว หรือมีหุ้นส่วน?
ธุรกิจเล็ก ทำคนเดียว รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี และยังไม่จำเป็นต้องแยกความรับผิด — เริ่มแบบบุคคลธรรมดาง่ายและประหยัดที่สุด ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ต้องจัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชี เสียภาษีอัตราก้าวหน้า และหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงได้
- ข้อควรรู้: เจ้าของรับผิดในหนี้สินของธุรกิจแบบไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัวไม่ถูกแยกออก)
- ถ้ารายได้ใกล้แตะ 1.8 ล้าน เตรียมเรื่องจด VAT ไว้ล่วงหน้า
ทำคนเดียวและยังไม่อยากเป็นนิติบุคคล ก็ยังดำเนินการแบบบุคคลธรรมดาได้ แต่เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
- ถ้ากำไรเริ่มสูง ลองให้เราช่วยเทียบว่าการเปลี่ยนเป็นบริษัทช่วยประหยัดภาษีและเพิ่มความน่าเชื่อถือ คุ้มกับต้นทุนทำบัญชีหรือไม่
มีหุ้นส่วนร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คน และอยากเป็นนิติบุคคลโดยมีต้นทุนจัดตั้งและดูแลต่ำกว่าบริษัทจำกัด — หจก. เป็นทางสายกลาง เป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก เสียภาษีนิติบุคคล (ได้สิทธิอัตรา SME เช่นเดียวกับบริษัทหากเข้าเกณฑ์)
- ข้อควรชั่งใจ: หุ้นส่วนผู้จัดการ (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) ยังรับผิดในหนี้สินแบบไม่จำกัด ต่างจากผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด
- ต้องจัดทำงบการเงินและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เช่นกัน แต่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมแต่ละอย่างไม่เกิน 30 ล้านบาท) ได้รับยกเว้น ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบเหมือนบริษัท (ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับรองแทนได้)
เมื่ออยากจำกัดความรับผิดให้อยู่แค่เงินลงทุน ต้องการความน่าเชื่อถือ (ออกใบกำกับภาษี ประมูลงาน กู้ในนามนิติบุคคล รับนักลงทุน) หรือรายได้/กำไรสูงจนภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได SME คุ้มกว่า — บริษัทจำกัดตอบโจทย์ที่สุด
- แลกมาด้วยต้นทุน: ค่าจดทะเบียน ค่าทำบัญชีรายเดือน ค่าสอบบัญชีประจำปี และงานเอกสาร/ภาษีที่มากขึ้น
- ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ควบคู่ไปด้วย
เทียบภาษี บุคคลธรรมดา กับ บริษัท
หลายคนเลือกรูปแบบโดยดู "ภาษี" เป็นหลัก ตัวเลื่อนด้านล่างเทียบ เฉพาะอัตราภาษีเงินได้ บนฐานที่สมมติให้เท่ากัน เพื่อให้เห็นโครงสร้างอัตราของทั้งสองแบบ ลองลากดูได้
อ่านตัวเลขนี้อย่างระวัง — นี่เทียบเฉพาะอัตราภาษีบนฐานเดียวกันเท่านั้น ของจริงไม่เท่ากัน เพราะ:
- บุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา/ตามจริง และมีค่าลดหย่อนส่วนตัวอีกหลายรายการ ทำให้ฐานภาษีจริงต่ำลงมาก
- บริษัทมีต้นทุนคงที่เพิ่ม เช่น ค่าทำบัญชีรายเดือนและค่าสอบบัญชีประจำปี และเมื่อจ่ายกำไรออกเป็นเงินปันผลยังถูกหักภาษีอีกชั้น
- ยังมีเรื่องประกันสังคม เงินเดือนกรรมการ และสิทธิประโยชน์อื่นที่ต้องคิดรวม
สรุปคือตัวเลื่อนนี้ใช้ "เห็นภาพอัตรา" ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย การเทียบจริงต้องดูตัวเลขทั้งระบบ
พร้อมจดเป็นบริษัทหรือยัง
ลองประเมินความพร้อมเบื้องต้น ติ๊กข้อที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ
ติ๊กข้อที่ตรงกับธุรกิจคุณ แล้วดูว่าถึงเวลาจดเป็นบริษัทหรือยัง
- รายได้เกินหรือใกล้ 1.8 ล้านบาท/ปี (ต้องเข้าระบบ VAT อยู่แล้ว)
- อยากจำกัดความรับผิด แยกหนี้สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ
- ลูกค้า/คู่ค้าขอใบกำกับภาษี หรือชอบทำธุรกิจกับนิติบุคคล
- วางแผนกู้เงิน ขยายกิจการ หรือรับหุ้นส่วน/นักลงทุน
- กำไรต่อปีสูงพอที่ภาษีนิติบุคคลจะคุ้มกว่าภาษีบุคคลธรรมดา
- พร้อมรับต้นทุนทำบัญชี+สอบบัญชี และงานเอกสารรายเดือน
มีคำถามเพิ่มเติม หรืออยากให้ช่วยคำนวณจากตัวเลขจริงของธุรกิจ? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี เราช่วยดูให้ตั้งแต่เลือกรูปแบบ ไปจนถึงจดทะเบียนและวางระบบบัญชี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการเลือกรูปแบบธุรกิจขึ้นกับหลายปัจจัยเฉพาะราย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี