กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษี · 26 มิ.ย. 2569

เบี้ยปรับ vs เงินเพิ่ม ยื่นภาษีล่าช้าโดนเท่าไหร่ ลดได้ไหม

เจ้าของธุรกิจ SME ที่ยื่นแบบภาษีหรือชำระภาษีไม่ทันกำหนด มักเจอคำว่า "เบี้ยปรับ" และ "เงินเพิ่ม" ในใบประเมิน หลายคนเข้าใจว่าเป็นค่าปรับก้อนเดียวกัน แต่จริง ๆ เป็นคนละตัวและคิดคนละวิธี การเข้าใจความต่างจะช่วยให้ประเมินภาระได้ถูก และรู้ว่าอะไรขอลดได้บ้าง บทความนี้สรุปหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากรให้เข้าใจง่าย

เบี้ยปรับ กับ เงินเพิ่ม ต่างกันยังไง

สั้น ๆ คือ เบี้ยปรับเป็นบทลงโทษเรื่อง "การยื่นแบบไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่น" ส่วนเงินเพิ่มเป็นค่าชดเชยจาก "การชำระภาษีล่าช้า" กดสลับดูทั้งสองตัว

เปรียบเทียบ

เกิดเมื่อ: ไม่ยื่นแบบ ยื่นเกินกำหนด หรือยื่นแบบแสดงรายการคลาดเคลื่อน (เช่น แสดงภาษีขายขาด ภาษีซื้อเกิน)

คิดเป็น: "เท่า" ของจำนวนภาษี เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นเมื่อพ้นกำหนด คิดเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย (มาตรา 89(2))

จุดเด่น: ขอลดหรืองดได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยเฉพาะกรณีมายื่นเองก่อนถูกตรวจสอบ

เกิดเมื่อ: ชำระหรือนำส่งภาษีล่าช้ากว่ากำหนดเวลา

คิดเป็น: 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยไม่รวมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินจำนวนภาษี (มาตรา 27)

จุดเด่น: โดยหลักแล้วงดหรือลดไม่ได้ ต่างจากเบี้ยปรับ (ลดเหลือ 0.75% ต่อเดือนเฉพาะกรณีอธิบดีอนุมัติขยายเวลาให้)

ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้า โดนอะไรบ้าง

กรณีที่พบบ่อยคือลืมยื่น ภ.พ.30 ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เมื่อยื่นล่าช้าจะมีภาระ 3 ส่วนรวมกัน

  • ค่าปรับอาญา (กรณียื่นแบบล่าช้า) โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร และขอลดได้ตามระเบียบ
  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ เริ่มนับตั้งแต่พ้นกำหนดจนถึงวันชำระ (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน)
  • เบี้ยปรับ ตามมาตรา 89 ซึ่งลดลงได้มากหากมายื่นเองก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือมีหนังสือเตือน

อัตราการลดเบี้ยปรับสำหรับผู้ที่มายื่นแบบและชำระภาษีเองโดยยังไม่ถูกตรวจสอบ เป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.81/2542 ดังนี้

  • ชำระภายใน 15 วันนับแต่พ้นกำหนด: เสีย 2% ของเบี้ยปรับ
  • เกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน: เสีย 5% ของเบี้ยปรับ
  • เกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน: เสีย 10% ของเบี้ยปรับ
  • เกิน 60 วัน: เสีย 20% ของเบี้ยปรับ

จะเห็นว่ายิ่งรีบมายื่นเอง ภาระเบี้ยปรับยิ่งต่ำ ทำตามขั้นตอนนี้เมื่อรู้ตัวว่ายื่นไม่ทัน

ทำทีละขั้น
  1. คำนวณภาษีที่ต้องชำระให้ครบถ้วน — ตั้งหลักจากยอดภาษีที่ต้องเสียจริงในเดือนนั้น เพราะทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับคิดจากฐานนี้
  2. นับจำนวนเดือนที่ล่าช้า — เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็ม ยิ่งช้ายิ่งเพิ่ม (แต่ไม่เกินยอดภาษี)
  3. รีบยื่นแบบเองก่อนถูกตรวจสอบ — การมายื่นเองทำให้ได้อัตราลดเบี้ยปรับตามตารางข้างต้น ต่างจากการรอให้เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก
  4. ชำระค่าปรับอาญาและขอลดถ้าทำได้ — ยื่นแบบล่าช้ามีค่าปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งโดยทั่วไปขอลดได้ตามระเบียบของสรรพากร
  5. วางระบบเตือนกำหนดยื่นภายในของบริษัท — ตั้งปฏิทินภาษีและผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำในเดือนถัดไป

เช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษีล่าช้า

เช็กลิสต์ยื่นล่าช้า
เช็กก่อนไปยื่น0/5
  • สรุปยอดภาษีที่ต้องชำระจริงของเดือน/รอบบัญชีนั้นให้ถูกต้อง
  • นับจำนวนเดือนที่ล่าช้าเพื่อประมาณเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • ตรวจว่ายังไม่ได้รับหนังสือเตือนหรือหมายเรียกตรวจสอบ (มีผลต่ออัตราลดเบี้ยปรับ)
  • เตรียมเงินค่าปรับอาญากรณียื่นแบบล่าช้า (ไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ)
  • รีบยื่นและชำระให้เร็วที่สุด เพราะทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับแปรผันตามเวลาที่ช้า

ลองทดสอบความเข้าใจสักข้อ

ทดสอบความเข้าใจ

เงินเพิ่มจากการชำระภาษีล่าช้าตามมาตรา 27 คิดในอัตราเท่าไหร่?

โดนประเมินเบี้ยปรับ–เงินเพิ่ม หรืออยากวางระบบยื่นภาษีให้ตรงกำหนดทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดภาระเพิ่ม ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยตรวจสอบยอด คำนวณภาระที่แท้จริง และยื่นขอลดเบี้ยปรับตามสิทธิที่ทำได้

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงมาตรา 27, มาตรา 35, มาตรา 89 และคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.81/2542 อัตราและหลักเกณฑ์การลดเบี้ยปรับอาจแตกต่างกันตามประเภทภาษีและกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี