อากรแสตมป์ สัญญาธุรกิจแบบไหนต้องติด เท่าไหร่
อากรแสตมป์เป็นภาษีที่ธุรกิจมักลืม ทั้งที่สัญญาที่ใช้กันทุกวัน เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง หรือสัญญากู้ ล้วนต้องติดอากร ถ้าไม่ติดให้ครบ อาจใช้สัญญาเป็นหลักฐานในศาลไม่ได้ และถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม บทความนี้สรุปอัตราที่เจอบ่อยและวิธีทำให้ถูกต้อง
อากรแสตมป์คืออะไร ติดเมื่อไหร่
อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เก็บจาก ตราสาร (เอกสารหรือสัญญา) ตามที่กำหนดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร โดยทั่วไปต้องติดและขีดฆ่าอากรตั้งแต่ตอนทำสัญญา ผู้มีหน้าที่เสียอากรขึ้นกับประเภทตราสาร (เช่น ผู้ให้เช่า ผู้รับจ้าง ผู้กู้)
อัตราที่เจอบ่อย
- สัญญาเช่าที่ดิน/อาคาร/สิ่งปลูกสร้าง — 1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาท (คิดจากค่าเช่ารวมตลอดสัญญา)
- สัญญาจ้างทำของ/รับเหมา — 1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาท
- สัญญากู้ยืมเงิน — 1 บาท ต่อทุก 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- หนังสือมอบอำนาจ และตราสารอื่น — มีอัตราเฉพาะตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์
ลองเลือกประเภทสัญญาของคุณดูว่าใช้อัตราไหนและต้องชำระอย่างไร
เอกสาร/สัญญาของคุณเป็นแบบไหน?
สัญญาเช่าที่ดิน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง เสียอากร 1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาท (เศษปัดขึ้น) โดยคิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญา
- ถ้าค่าเช่ารวมเกิน 1 ล้านบาท หรือทำสัญญาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ (อ.ส.9) ไม่ใช้แสตมป์ติด
สัญญาจ้างทำของ จ้างบริการ หรือรับเหมา เสียอากร 1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาท (เศษปัดขึ้น)
- ถ้าสินจ้างเกิน 1 ล้านบาท หรือทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบ (อ.ส.9)
สัญญากู้ยืมเงิน เสียอากร 1 บาท ต่อเงินกู้ทุก 2,000 บาท (เศษปัดขึ้น) และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- เป็นตราสารที่สรรพากรตรวจบ่อย โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างกรรมการกับบริษัท จึงควรติดอากรให้ครบ
ตราสารอื่นมีอัตราตายตัวหรือเฉพาะตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร เช่น หนังสือมอบอำนาจ 10-30 บาท ใบมอบฉันทะให้ออกเสียงในที่ประชุม 20 บาท เป็นต้น
- ก่อนทำสัญญาประเภทอื่น ควรตรวจบัญชีอัตราอากรแสตมป์ หรือปรึกษาผู้สอบบัญชีว่าตราสารนั้นต้องติดอากรเท่าไหร่
จากนั้นใส่มูลค่าตามสัญญาเพื่อประมาณค่าอากร
ใส่มูลค่าตามสัญญา แล้วดูค่าอากรแสตมป์โดยประมาณ
- สัญญาเช่า หรือ จ้างทำของ (1 บาท/1,000)฿0
- สัญญากู้ยืมเงิน (1 บาท/2,000 สูงสุด 10,000)฿0
เศษของหลักพัน (หรือสองพันสำหรับเงินกู้) ปัดขึ้นเป็น 1 หน่วยเสมอ สัญญากู้ยืมมีเพดานอากรสูงสุด 10,000 บาท
ติดอากรยังไงให้ถูก และ e-Stamp
วิธีเสียอากรมี 2 แบบหลัก คือ ติดแสตมป์อากรบนตราสารแล้วขีดฆ่า กับ ชำระเป็นตัวเงิน สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น สัญญาที่ลงนามผ่านระบบ) และตราสารบางประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ ที่มูลค่าสูง ต้องยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ (แบบ อ.ส.9) ภายใน 15 วัน
ถ้าไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ผลคือใช้ตราสารเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มให้ครบ ซึ่งเงินเพิ่มอาจสูงถึง 6 เท่าของค่าอากร
- ติดอากรให้ครบตามอัตรา และ "ขีดฆ่า" อากรทันที (ลงวันที่หรือลายมือชื่อคร่อมดวงอากร) เพื่อให้สมบูรณ์
- ติดอากรภายในกำหนด โดยทั่วไปคือก่อนหรือขณะทำตราสาร (ลงนามในสัญญา)
- ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือสัญญาเช่า/จ้างทำของที่มูลค่าสูง ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน
- เก็บสำเนาสัญญาที่ติดหรือชำระอากรแล้วไว้เป็นหลักฐาน
- รู้ผลถ้าไม่ติด/ติดไม่ครบ: ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้ และมีเงินเพิ่มสูงสุด 6 เท่าของค่าอากร
มีสัญญาที่ไม่แน่ใจว่าต้องติดอากรเท่าไหร่ หรืออยากให้ตรวจสัญญาก่อนเซ็น? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตราและเงื่อนไขเป็นไปตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรและประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี