กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
แรงงานและสวัสดิการ · 8 มิ.ย. 2569

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) SME ควรทำไหม ได้ประโยชน์อะไรบ้าง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) คือระบบออมเงินระยะยาวที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันส่งเงินเข้ากองทุนทุกเดือน ควบคุมโดยพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และกำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. SME หลายรายมองว่าเป็นต้นทุนเพิ่ม แต่ความจริงแล้วประโยชน์ทางภาษีทั้งฝั่งบริษัทและพนักงานทำให้ต้นทุนที่แท้จริงต่ำกว่าที่คิด และยังช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานได้อีกด้วย

โครงสร้างกองทุนและการตั้งขึ้น

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัท ต้องจดทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และบริหารโดยบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้รับใบอนุญาต สมาชิกประกอบด้วยลูกจ้างและนายจ้างซึ่งต่างส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน

  • อัตราเงินสะสม (ลูกจ้าง) — ไม่ต่ำกว่า 2% และไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง ตามที่ระบุในข้อบังคับกองทุน
  • อัตราเงินสมทบ (นายจ้าง) — ไม่ต่ำกว่า 2% และไม่เกิน 15% ของค่าจ้างลูกจ้างแต่ละราย กำหนดได้เท่ากับหรือสูงกว่าอัตราของลูกจ้าง
  • กำหนดนำส่ง — ส่งเงินเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการหลังวันที่จ่ายค่าจ้าง
  • เงื่อนไขรับผลประโยชน์ — สมาชิกจะได้รับเงินสมทบของนายจ้างในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามอายุงาน (vesting) ตามที่ข้อบังคับแต่ละกองทุนกำหนด

ประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทและพนักงาน

จุดที่ทำให้ PVD คุ้มค่าจริงคือสิทธิประโยชน์ภาษีทั้งสองฝ่าย เงินที่จ่ายออกไปไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่ลดภาระภาษีให้ทั้งบริษัทและพนักงานได้ทันที

  • ฝั่งบริษัท (นายจ้าง) — เงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีนิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างลูกจ้างแต่ละราย
  • ฝั่งพนักงาน (ลูกจ้าง) — เงินสะสมที่หักจากเงินเดือนนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ โดยนับรวมกับ RMF กบข. และประกันชีวิตแบบบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
  • ผลประโยชน์ปลายทาง — เงินที่ได้รับคืนเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพหลังร่วมกองทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจได้รับสิทธิ์ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีตามกฎหมายที่กรมสรรพากรกำหนด (ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อนนำออก)
เช็กลิสต์
เตรียมจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับ SME0/6
  • สำรวจความต้องการของพนักงาน และกำหนดอัตราเงินสะสม-สมทบเบื้องต้น (2–15% ของค่าจ้าง)
  • เลือกบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมบริหาร
  • จัดทำร่างข้อบังคับกองทุน กำหนดอัตราเงินสมทบและเงื่อนไข vesting ร่วมกับ บลจ.
  • ยื่นจดทะเบียนกองทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ผ่าน บลจ. ที่เลือก
  • แจ้งพนักงานและดำเนินการหักเงินสะสมผ่านระบบเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรก
  • ส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการหลังวันจ่ายค่าจ้างทุกเดือน

ต้องการประเมินว่า PVD เหมาะกับโครงสร้างธุรกิจและต้นทุนของบริษัทคุณหรือไม่? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้เลย

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงจากพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และหลักเกณฑ์กรมสรรพากร ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกิจการใดโดยเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี